1. Home
  2. ...
  3. ข่าวสาร
  4. โดฟ จัดเสวนา เพราะว่าคุณสวยกว่าที่คุณคิด

โดฟ จัดเสวนา เพราะว่าคุณสวยกว่าที่คุณคิด

โดฟชวนนักจิตวิทยา ถกประเด็นความงามในแบบตนเอง หลังผลวิจัย ผู้หญิงไทยเพียง 1% กล้าพูดว่าตนเองสวยและดูดี

เป็นเรื่องน่าสนใจเมื่อผลการวิจัยชุดล่าสุดจาก “โดฟ” แบรนด์ที่เชื่อในความงามตามแบบฉบับของตนเองของผู้หญิง ที่ได้ไปสำรวจผู้หญิงทั่วภูมิภาครวมทั้งผู้หญิงในประเทศไทย พบว่ามีเพียง 1% ของผู้หญิงไทยที่เท่านั้นที่กล้ายอมรับว่าตนเองสวยและดูดี นั่นหมายความได้อย่างเดียวว่า มีผู้หญิงไทยมากถึง 99% ที่มีความไม่มั่นใจที่จะพูดถึงความสวยของตนเอง จึงเป็นที่มาให้โดฟจัดงานเสวนาในชื่อ “เพราะว่าคุณสวยกว่าที่คุณคิด” เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาร่วมกันพูดคุยและเสนอความคิดเห็นกันในประเด็นนี้กันอย่างเต็มที่

คุณวรรณิภา ภักดีบุตร รองประธานกรรมการบริหารด้านการตลาดผลิตภัณฑ์ความงามกลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ประเทศไทยเริ่มเปิดประเด็นถึงงานวิจัยของโดฟก่อนว่า “สิ่งสำคัญที่ทำลายความเชื่อมั่นในเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกของผู้หญิงก็คือ คำวิจารณ์ของตนเอง* เพราะจากการสำรวจผู้หญิงของโดฟในหัวข้อ “ทัศนคติและมุมมองเกี่ยวกับความสวยงามและความมั่นใจ” พบว่า ผู้หญิงไทยถึง66%มีความกดดันและกังวลในรูปลักษณ์ภายนอกของตนเอง และแม้ว่าผู้หญิงไทยจะใช้เวลาในการดูแลเรื่องความงามในแต่ละวันนานถึง24นาที ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของผู้หญิงทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้เวลาราว19นาที แต่ปัจจุบันมีเพียง1%ของผู้หญิงไทยที่มีความมั่นใจในความสวยงามของตนเองและกล้านิยามว่าตนเองดูดี ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่น้อยที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ค่าเฉลี่ย3%) และน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของผู้หญิงทั่วโลกที่4%**ทั้งนี้ ผู้หญิงไทยส่วนมากจะมองว่าตนเองหน้าตาธรรมดา ไม่ได้มีความโดดเด่นและดูดี ซึ่งอันที่จริง ค่อนข้างขัดแย้งกับคำตอบของกลุ่มตัวอย่างถึง79%ที่เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนล้วนมีความงามในแบบของตนเอง ซึ่งโดฟเล็งเห็นว่าความมั่นใจในความงามของรูปลักษณ์ภายนอกเป็นประเด็นที่มีความสำคัญเนื่องจากผู้หญิงไทยถึงร้อยละ79 เผยว่าความพอใจในความงามของตนเองทำให้ผู้หญิงมีความสุขมากขึ้น โดยเป็นอัตราส่วนที่สูงยิ่งกว่าความสุขจากการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและการมีความมั่นคงทางการเงิน”

“ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ คลิปวีดีโอDove Real Beauty Sketch ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางและมียอดชมถึง 50 ล้านครั้งใน YouTube ซึ่งถ่ายทอดเรื่องเรื่องของกิล ซาโมรานักวาดภาพผู้ต้องสงสัยมืออาชีพเอฟบีไอ ที่สเกตช์ภาพจากคำบอกเล่าการบรรยายถึงหน้าตาของตนเองของผู้หญิงหลายๆ คน เปรียบเทียบกับภาพสเกตช์ของผู้หญิงเหล่านั้นจากการบรรยายรูปลักษณ์ภายนอกโดยคนอื่น ซึ่งผลลัพธ์ที่น่าตกใจคือภาพสเกตช์จากคำบรรยายโดยบุคคลอื่นออกมาดูดีกว่าภาพสเกตช์ที่ผู้หญิงอธิบายตนเองแทบทุกภาพ ตอกย้ำผลลัพธ์ของการสำรวจของโดฟที่ว่าผู้หญิงมักเห็นคุณค่าความงามของตนเองน้อยกว่าที่เป็นจริง” คุณวรรณิภา กล่าวเพิ่มเติม

พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้ความเห็นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาว่า“ผู้หญิงมีแนวโน้มขาดความมั่นใจมากกว่าผู้ชายเพราะค่านิยมของสังคมกำหนดคุณค่าของผู้หญิงที่ความสวย ตรงข้ามกับผู้ชายที่ถูกกำหนดคุณค่าที่ความสามารถ โดยผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องความสวยงามมากกว่าเรื่องความสำเร็จจากหน้าที่การงานและฐานะทางการเงิน เนื่องจากการเรียนรู้ที่ว่าความสำเร็จในชีวิตผู้หญิงมักมีเรื่องความสวยงามมาเกี่ยวข้อง อาทิ หากมีความสามารถใกล้เคียงกัน ผู้หญิงที่สวยกว่ามักจะได้รับโอกาสที่ดีกว่าผู้หญิงที่ไม่สวย ดังนั้น เมื่อบวกกับการที่ผู้หญิงเป็นเพศที่มีความคาดหวังต่อตนเองสูงทำให้ผู้หญิงมักจะประเมินคุณค่าความงามของตนเองต่ำกว่าเมื่อผู้อื่นประเมินให้เรา ผลกระทบจากความคาดหวังว่าฉันต้องสวย ทำให้ผู้หญิงรู้สึกว่าฉันควรจะสวย แล้วชักนำผู้หญิงไปสู่ภาวะวิตกกังวลและขาดความเชื่อมั่นในตนเองในที่สุด บางรายอาจมีอาการเสพติดศัลยกรรม หรือ เกิดปัญหาทางจิตใจต่าง ๆ เช่น Body Dysmorphic Disorder และโรคกลัวอ้วน หรือ Bulimia และ Anorexia”

“สำหรับการสร้างความมั่นใจในผู้หญิง ในทางจิตวิทยาสามารถพัฒนาได้ด้วยทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก สำหรับปัจจัยภายในนั้น แม้ว่า คนที่มีรูปลักษณ์ภายนอกสวยงามและมีความสมบูรณ์ในทุกส่วนจะมีแนวโน้มที่จะมั่นใจมากกว่า แต่หากเรามีโครงสร้างทางความคิดเป็นบวกคือมองเห็นคุณค่าและข้อเด่นของตนเอง และมีวัยวุฒิเพิ่มขึ้น ก็สามารถสร้างเสน่ห์จากความมั่นใจได้ โดยวิธีที่นิยมคือ Positive Self Talk หรือการฝึกมองคุณค่าของตนเอง โดยพูดถึงข้อดีของตนเองวันละ 3 ครั้ง รวมทั้งการรับฟังความคิดเห็นจากบุคคลที่เราไว้ใจได้และสร้างเป้าหมายให้กับตนเองในสิ่งที่ถนัดก็จะช่วยให้เราสามารถสร้างความมั่นใจจากภายใน ส่วนปัจจัยภายนอกที่เกิดจากครอบครัว เพื่อน สังคม และสื่อมวลชนนั้น สิ่งที่สามารถทำได้คือรู้จักให้กำลังใจและชื่นชมคนในครอบครัวและบุคคลรอบตัว เพื่อหล่อหลอมให้คนใกล้ชิดมีพลังคิดบวกและเห็นคุณค่าในตนเอง” พญ.อัมพร ให้ข้อเสนอแนะ

ไปที่ความเห็นของแขกรับเชิญในงานเสวนาครั้งนี้กันบ้าง เริ่มจากกาละแมร์ พัชรศรี เบญจมาศ ผู้ประกาศข่าวสาวสุดมั่นที่บอกว่า “ฟังงานวิจัยของโดฟที่บอกว่า มีผู้หญิงไทยแค่ 1% ที่กล้าบอกว่า ตัวเองสวยและดูดีแมร์มาคิดดูแล้วผลวิจัยนี้อาจจะสะท้อนเหตุการณ์จริงบางอย่างในสังคมเราสมัยนี้ เช่น ก่อนที่ผู้หญิงจะอัพรูปขึ้นเฟซบุ๊คหรืออินสตาแกรม พวกเธอจะต้องแต่งรูปด้วยสารพัดแอพฯแล้วการอัพรูปบ่อยๆก็เป็นไปได้ว่าลึกๆ ผู้หญิงเราอยากจะให้คนมากดLike และคอมเมนต์ชมเรา ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกดีและมั่นใจมากขึ้นสำหรับแมร์ แมร์ยอมรับว่าแมร์ไม่ใช่คนสวยตามแบบฉบับไทยนิยมแต่ถ้าถามว่าทำไมแมร์ถึงดูเป็นผู้หญิงมั่นใจ เคล็ดลับก็คือแมร์ดูแลตัวเองอย่างดีทั้งจากภายในและภายนอกแมร์เชื่อมาตลอดว่าเสน่ห์ของแต่ละคนมาจากการเป็นตัวของตัวเองการนับถือตัวเองและมั่นใจที่จะพูดว่าเราสวยในแบบของเราความแตกต่างคือพลังในการสร้างความโดดเด่นเฉพาะตัวให้กับแต่ละคนดังนั้นแมร์จะนับถือตัวเองมากๆ รักตัวเอง และทำให้เราบอกตัวเองได้ว่า เออ เราก็มีดีในแบบของเรา”

ส่วนคุณหมอโอ๊ค-สมิทธิ์ อารยะสกุล คุณหมอหนุ่มรูปหล่อหน้าใสที่มีคนรู้ใจเป็นสาวสุดเปรี้ยวแห่งวงการบันเทิง แชร์ความเห็นว่า “ผมคิดว่าเสน่ห์ของผู้หญิงไม่ใช่เรื่องที่เรามองเห็นแต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกอย่างเดียวแต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือความมั่นใจที่จะช่วยทำให้ผู้หญิงดูดีมีเสน่ห์ขึ้นได้และความสวยที่ผมพูดถึงไม่ใช่แค่ภายนอก แต่มันคือทั้งภายนอกและภายในที่เราสัมผัสได้จากตัวผู้หญิงคนหนึ่ง ผมชอบผู้หญิงที่คิดบวก มีทัศนคติที่ดีต่อทุกๆ เรื่องเพราะทัศคติเชิงบวกของเขาสามารถเผื่อแผ่มาถึงคนรอบตัว สามารถช่วยให้กำลังใจให้คนรอบข้างเขามองโลกในแง่ดีขึ้น ซึ่งนี่เป็นเสน่ห์ที่สำคัญที่มาจากความมั่นใจ ความจริงสมัยนี้ผมเห็นผู้หญิงหลายคนที่ก่อนจะออกจากบ้านต้องแต่งหน้าแต่งตัวหลายชั่วโมง ต้องคอยถามแฟนตลอดว่าอ้วนหรือไม่ หรือเดินผ่านบานประตูกระจกก็ต้องมองตลอด สำหรับผมในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ผมมองว่าจริงๆ แล้วผู้หญิงไม่จำเป็นต้องกังวลกับรูปร่างหน้าตามากขนาดนั้นเลย เพราะผู้ชายส่วนใหญ่ชอบผู้หญิงที่ดูดีจากข้างใน มั่นใจในธรรมชาติของตนเอง ไม่ต้องปรุงแต่งเยอะผู้หญิงแต่ละคนมีความสวยในแบบของตัวเอง ถ้าทุกคนสวยเหมือนกันหมดโลกก็คงน่าเบื่อนะครับ อยากให้ผู้หญิงทุกคนมองเห็นความงามในแบบของตัวเอง ไม่ต้องทำตัวสวยเหมือนใครหรือเพื่อใครแต่สวยให้ได้ในแบบที่เรามีความสุข เท่านี้ก็น่าจะพอแล้วครับ”

ปิดท้ายที่นักร้องสาวเจ้าของพลังเสียงสุดมหัศจรรย์ อมิตา ทาทา ยัง ที่เผยความในใจให้เราฟังว่า “อย่างที่เห็นค่ะว่าไทรอยด์ทำให้ทาทาตัวบวมขึ้น ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราไม่มั่นใจอยู่บ้างเหมือนกัน เคยมีช่วงหนึ่งที่ทาทาพยายามออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก เคยออกกำลังกายจนร้องไห้เลย แต่บางทีพอกินปลาไปนิดเดียวตัวก็บวมขึ้นแล้ว ทำให้เราเครียดมาก กลายเป็นว่าพอเครียดก็เหมือนเราไปกดดันตัวเอง ทาทาคิดว่า เรื่องรูปลักษณ์ของเราเอง ไม่มีใครมาทำให้เราเครียดได้นอกจากตัวเองทั้งที่จริงๆสิ่งที่สำคัญกว่าคือการดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดีดูดีจากภายในแล้วเราก็จะมีกำลังไปทำอะไรได้อีกเยอะ นอกจากนี้อยากเสริมว่าบุคคลรอบตัวก็มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ช่วยให้ทาทากลับมามีความมั่นใจในตนเอง ที่ผ่านมาทาทาได้กำลังใจจากครอบครัว เพื่อนสนิท และที่สำคัญคือแฟนคลับทุกคน ที่คอยบอกทาทาว่าเสน่ห์ของทาทามาจากความสามารถและความมั่นใจ ซึ่งไม่ว่าทาทาจะรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรแต่ถ้าทาทาก็ยังเป็นสาวน้อยมหัศจรรย์คนเดิมเสมอถ้าทาทามีความมั่นใจในตนเองแบบเดิมก็พอแล้วอยากทิ้งท้ายว่า การมองเห็นคุณค่าของตนเองและเชื่อว่าเราสวยในแบบของเรานั้นเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดเลยค่ะ”

ความสวยงามที่แท้จริงนั้นไม่ใช่แค่เพียงภายนอกแต่มาจากภายใน สิ่งที่สำคัญคือการเชื่อมั่น มองเห็นคุณค่าและส่วนดีๆภายในตนเอง ลองมองให้ลึกซึ้งว่าผู้หญิงทุกคนมีความงามในแบบของตนเอง เมื่อคุณได้ดูแลตัวเองอย่างดีที่สุดเพื่อดึงส่วนที่สวยงามของตัวเองออกมาแล้วคุณจะรู้ว่าคุณก็สวยได้ในแบบของคุณเหมือนกัน

ประเทศไทย

แผนกองค์กรสัมพันธ์และสื่อสาร

บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เซอร์วิสส์ จำกัด

ยูนิลีเวอร์เฮาส์ 161 ถนนพระราม 9

แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310

+66 2 554 2000

website.thailand@unilever.com (บุคคลทั่วไป)

ดูหัวข้อเหล่านี้เพิ่มเติม
กลับขึ้นสู่ข้างบน