Toggle ค้นหา

  1. Home
  2. ...
  3. การวิจัยและพัฒนา
  4. โภชนาการที่ดีช่วยพัฒนาการเรียนรู้และความจำของเด็ก

โภชนาการที่ดีช่วยพัฒนาการเรียนรู้และความจำของเด็ก

นักวิทยาศาสตร์ยุโรปร่วมกับสถาบันวิจัยออสเตรเลีย อินโดนีเซียกล่าวว่าการมีโภชนาการดีสามารถพัฒนาเรียนรู้การพูดและการจดจำของเด็กวัยเรียนได้

สิ่งที่ค้นพบ

Knorr Jok

จากการศึกษาเด็กจำนวน 780 คนในออสเตรเลียและอินโดนีเซียเป็นเวลา 12 เดือน ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารโภชนาการทางการแพทย์อเมริกัน นักวิจัยได้ค้นพบผลกระทบของการเพิ่มปริมาณวิตามินและแร่ธาตุบางชนิดในเครื่องดื่มประจำวัน

เด้กๆ ในออสเตรเลียที่ได้รับเครื่องดื่มประจำวันที่ผสมวิตามินและแร่ธาตุจำเป็นบางชนิดลงไปด้วยนั้น จะทำผลการทดสอบด้านสติปัญญาได้ดีกว่าเด็กๆ ที่ถูกควบคุมการได้รับสารอาหารเพิ่มเติมในเครื่องดื่มอย่างเห็นได้ชัด ส่วนในอินโดนีเซียก็ปรากฎผลเช่นเดียวกัน แต่ปรากฎเฉพาะในกลุ่มเด็กผู้หญิงเท่านั้น

การศึกษาครั้งนี้ยืนยันได้ว่าโภชนาการมีอิทธิพลในเชิงบวกต่อพัฒนาการของกระบวนการทางความคิดในเด็กวัยเรียน ไม่เว้นแม้แต่เด็กๆ ชาวตะวันตกที่กินดีอยู่ดีก็ตาม

รายละเอียดของการศึกษา

นักวิทยาศาสตร์ได้ศึกษา เด็กที่ได้รับสารอาหารอย่างดีจำนวน 396 คนในออสเตรเลีย และ เด็กที่ขาดแคลนสารอาหารจำนวน 384 คนในอินโดนีเซีย ในแต่ละประเทศ เด็กๆ จะถูกสุ่มแบ่งกลุ่มให้อยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจากทั้งหมด 4 กลุ่ม และได้รับเครื่องดื่มที่ผสมทั้งจุลสารอาหาร (เหล็ก สังกะสี โฟเลท และวิตามิน เอ บี6 บี12 และวิตามิน ซี) หรือเครื่องดื่มที่ผสมด้วยน้ำมันตับปลา (ดีเอชเอ และอีพีเอ) หรืออาจได้รับส่วนผสมทั้งสองชนิด หรือไม่ได้รับสารอาหารใดๆ เพิ่มเลย

หลังจากนั้น 12 เดือน พบว่าเด็กๆ ในออสเตรเลียที่ได้รับเครื่องดื่มที่ผสมสารอาหารหลากหลายมีค่าจุลสารอาหารเหล่านี้จำนวนสูงมากในเลือด นั่นก็หมายความว่าร่างกายของพวกเขาได้รับสารอาหารเหล่านี้ ยิ่งไปกว่านั้นเด็กๆ ยังตอบสนองต่อการทดสอบต่างๆ ที่วัดความสามารถในการเรียนรู้และการจดจำได้ดีอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กๆ กลุ่มอื่น ที่อินโดนีเซียก็เช่นกัน แต่เกิดขึ้นเฉพาะกับกลุ่มเด็กผู้หญิง การเพิ่มน้ำมันตับปลาลงไปในเครื่องดื่มไม่ได้แสดงผลใดๆ ต่อกระบวนการทางความคิดแต่อย่างใด

บทบาทของโภชนาการในพัฒนาด้านสมองของเด็ก

การศึกษาชิ้นนี้ช่วยเพิ่มหลักฐานชี้ชัดว่าโภชนาการมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทางด้านสมองของเด็ก ก่อนหน้านี้พบว่าการขาดธาตุเหล็กและสารไอโอดีนจะเป็นการขัดขวางพัฒนาการทางความคิดของเด็กเล็ก เพราะมีหลักฐานว่า การขาดธาตุสังกะสี โฟเลท และวิตามินบี12 มีผลต่อการพัฒนาสมองในเด็ก และเมื่อไม่นานมานี้ก็พบว่า น้ำมันตับปลา (อีพีเอ และ ดีเอชเอ) ได้มีความเชื่อมโยงกับพัฒนาการด้านกระบวนการคิดของเด็กเช่นกัน

การศึกษาส่วนใหญ่ในปัจจุบันมุ่งความสนใจไปที่การขาดสารอาหารเพียงตัวใดตัวหนึ่งในกลุ่มเด็กอายุน้อยเพียงเท่านั้น ถึงอย่างไรก็ตามสมองของเด็กๆ ก็ยังคงเติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในช่วงวัยเด็กและช่วงวัยรุ่น นอกจากจะมีน้อยคนนักที่จะรู้เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของโภชนาการที่มีต่อการพัฒนาทางสติปัญญาของเด็กหลังวัย 2 ปีขึ้นไป และได้ทำการศึกษาที่ผลของการให้สารอาหารหลายชนิด ก่อนจะมีการศึกษาชิ้นนี้ มีการศึกษาอยู่จำนวนน้อยมากที่ประเมินค่าผลกระทบของการแทรกแซงของจุลสารอาหารที่หลากหลายต่อการทำงานของกระบวนการทางความคิดในเด็กวัยเรียน

การศึกษาชิ้นนี้ยันยืนว่าโภชนาการที่ดีนั้นมีอิทธิพลในด้านบวกต่อพัฒนาการทางความคิดของเด็กในวัยเรียน แม้แต่เด็กที่มีความกินดีอยู่ดีก็ตาม นักวิจัยหลายท่านแนะนำว่าการค้นพบนี้สอดคล้องทั่วโลกตะวันตก

กลับขึ้นสู่ข้างบน