ข้ามไปที่ เนื้อหา
ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย แบ่งปันมุมมองด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนบนเวที Circular Economy Forum 2026

ถอดกลยุทธ์ยูนิลีเวอร์ประเทศไทย ในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

ที่ตีพิมพ์:

ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย มองเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจแห่งอนาคต ช่วยให้ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดคุณค่าสูงสุด และสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้ ขณะเดียวกันก็ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าในระดับชาติ

ท่ามกลางความท้าทายด้านการทรัพยากร สภาพภูมิอากาศ และความต้องการเร่งสร้างระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น แนวคิด Circular Economy หรือระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนกำลังได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา คุณณัฏฐิณี เนตรอำไพ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านสื่อสารองค์กร องค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ร่วมแบ่งปันมุมมองในหัวข้อ “Closing the Loop: Rethinking the Value” บนเวที Circular Economy Forum 2026 : Sustainability in Action จัดโดย The Story Thailand ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และสถาบันวิทยาการเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค สะท้อนการดำเนินงานของยูนิลีเวอร์ในการผลักดันระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนผ่านการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิล และการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่คุณค่า เพื่อรักษาทรัพยากรให้อยู่ในระบบเศรษฐกิจให้นานที่สุด

ทั้งนี้ คุณณัฏฐิณีเน้นย้ำว่า การสร้างระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนที่เกิดขึ้นจริงจำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่าง นโยบาย, โครงสร้างพื้นฐาน และผู้คน เพื่อเปลี่ยนผ่านจากระบบเศรษฐกิจแบบใช้แล้วทิ้ง ไปสู่ระบบที่สามารถสร้างคุณค่าใหม่จากทรัพยากรเดิม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

พลาสติกคือทรัพยากรมีค่า ที่หลุดออกจากระบบ

คุณณัฏฐิณีกล่าวว่า พลาสติกเป็นวัสดุที่สูญเสียคุณค่าจากระบบเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว โดยทุกปี โลกผลิตพลาสติกสำหรับใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง (Virgin Plastic) มากกว่า 400 ล้านตัน และเกือบครึ่งหนึ่งถูกออกแบบเพื่อใช้แค่ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ในจำนวนนี้มีสัดส่วนการเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลน้อยกว่า 10% ขณะเดียวกันในแต่ละปีก็มีขยะพลาสติกกว่า 11 ล้านตัน รั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติทั้งแม่น้ำลำคลอง และทะเล

“ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้บอกว่าพลาสติกไม่มีคุณค่า แต่กำลังบอกว่าเรากำลังปล่อยวัสดุที่มีคุณค่าหลุดออกจากระบบในปริมาณมหาศาล คำถามคือเราจะใช้พลาสติกอย่างไรแบบมีความรับผิดชอบ ทำอย่างไรให้ทรัพยากรเหล่านี้ยังคงสามารถกลับเข้าสู่ระบบเพื่อคงคุณค่า และหมุนเวียนต่อไปได้ ไม่หลุดออกจากระบบ” คุณณัฏฐิณีกล่าว

ซันไลต์ผลิตภัณฑ์ล้างภาชนะสัตว์เลี้ยง ตัวอย่างนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติกรีไซเคิล

ซันไลต์ พลัส แรมโน คลีน: ตัวอย่างกลยุทธ์การใช้พลาสติกอย่างมีความรับผิดชอบ

คุณณัฏฐิณีกล่าวว่า กลยุทธ์การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง คือการลดการใช้งาน พลาสติกใหม่ให้น้อยลง (Reduce), การหมุนเวียนหรือเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิล (Circulate) โดยออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้หมุนเวียนกลับมาได้, และการทำงานร่วมกันทุกภาคส่วน (Collaborate) เพื่อออกแบบระบบการเก็บกลับได้อย่างเป็นรูปธรรม

ตัวอย่างการยกระดับแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรทั้งระบบ คือซันไลต์ ใช้เทคโนโลยีแรมโน คลีน (RHAMNO Clean) เอกสิทธิ์เฉพาะของยูนิลีเวอร์ ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ ไม่ทิ้งคราบสารเคมีไว้ในสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นที่ใช้บรรจุภัณฑ์ rPET ซึ่งผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล ถือเป็นผลิตภัณฑ์ต้นแบบของยูนิลีเวอร์ที่ และได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพและความยั่งยืน

“ความยั่งยืนไม่ควรถูกเติมเข้ามาในตอนท้าย แต่ควรจะถูกออกแบบมาตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นผู้บริโภคไม่ควรจะถูกบังคับให้เลือกระหว่าง Performance กับ Planet และทางเลือกที่ยั่งยืนต้องเป็นทางเลือกที่ง่าย น่าใช้ และทำงานได้จริง และเข้าถึงง่าย” คุณณัฏฐิณีกล่าว

ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนคือโครงสร้างพื้นฐานของระบบเศรษฐกิจแห่งอนาคต

คุณณัฏฐิณีกล่าวว่า หากเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นเรื่องของระบบ ความร่วมมือก็คือโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของระบบนั้น การขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในระดับประเทศ เพราะทุกภาคส่วนในสังคมก็มีหน้าที่ของตนเองและต้องเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน

การขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นจริงต้องอาศัย 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

  • Policy มีการกำหนดเป้าหมายและสร้างแรงจูงใจให้ทุกภาคส่วนเดินไปในทิศทางเดียวกัน
  • Infrastructure มีระบบรองรับการเก็บกลับ คัดแยก และรีไซเคิลอย่างมีประสิทธิภาพ
  • People ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตั้งแต่ธุรกิจ ชุมชน ผู้บริโภค ไปจนถึงผู้รีไซเคิล
ณัฏฐิณี เนตรอำไพ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านสื่อสารองค์กร องค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย แบ่งปันมุมมอง Circular Economy

หากเราออกแบบระบบการทำงานที่เก็บกลับอย่างมีประสิทธิภาพ ขวดพลาสติกจะสามารถมีทางไปต่อ กลายเป็นวัตถุดิบใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ งานใหม่ และโอกาสใหม่ เมื่อเราสามารถปิดวงจรของทรัพยากร เราไม่ได้เพียงรักษาคุณค่าเดิมเอาไว้ แต่กำลังสร้างคุณค่าใหม่ให้กับผู้คน ธุรกิจ และประเทศไทย

“โอกาสของประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงแค่การใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่คือการสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ที่ต่อยอดจากมูลค่าของทรัพยากรเดิม สร้างงาน สร้างธุรกิจ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นผู้นำด้าน Circular Economy ของภูมิภาคได้” คุณณัฏฐิณีกล่าว

สำหรับ Circular Economy Forum 2026: Sustainability in Action ถือเป็นเวทีที่รวบรวมผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจ มาร่วมแลกเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนที่นำไปสู่การลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป็นยกระดับศักยภาพการแข่งขัน นำไปสู่การเติบโตทางธุรกิจและเศรษฐกิจในอนาคต

ถือเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่การแลกเปลี่ยนมุมมองในครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของยูนิลีเวอร์ ในการนำกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนมาปรับใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นำสู่ระบบที่สามารถสร้างคุณค่าใหม่จากทรัพยากรเดิม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

คำถามที่พบบ่อย

  • เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คืออะไร และทำไมจึงสำคัญต่อประเทศไทย

    เศรษฐกิจหมุนเวียนคือระบบเศรษฐกิจที่มุ่งรักษาทรัพยากรให้อยู่ในระบบให้นานที่สุด โดยนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ แทนการใช้แล้วทิ้ง สำหรับประเทศไทย แนวคิดนี้ไม่ได้ช่วยเพียงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างธุรกิจใหม่ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

  • ทำไมพลาสติกส่วนใหญ่จึงไม่ได้ถูกนำกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล

    ในแต่ละปีโลกผลิตพลาสติกใหม่มากกว่า 400 ล้านตัน โดยเกือบครึ่งหนึ่งถูกออกแบบมาเพื่อใช้เพียงครั้งเดียวแล้วทิ้ง และมีสัดส่วนที่เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลน้อยกว่า 10% ขณะที่ขยะพลาสติกกว่า 11 ล้านตันรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติทั้งแม่น้ำลำคลองและทะเล ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่พลาสติกไม่มีคุณค่า แต่อยู่ที่ระบบเก็บกลับและคัดแยกที่ยังไม่สามารถดึงวัสดุเหล่านี้กลับเข้าสู่ระบบได้

  • ซันไลต์ พลัส แรมโน คลีน ช่วยเรื่องความยั่งยืนอย่างไร

    ซันไลต์ พลัส ใช้เทคโนโลยีแรมโน คลีน (RHAMNO Clean) ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของยูนิลีเวอร์ ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติและไม่ทิ้งคราบสารเคมีไว้ในสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังใช้บรรจุภัณฑ์ rPET ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล จึงเป็นตัวอย่างของการออกแบบให้ความยั่งยืนอยู่ในผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้น โดยผู้บริโภคไม่ต้องเลือกระหว่างประสิทธิภาพกับสิ่งแวดล้อม

กลับไปด้านบน