Cognitive Enterprise: เป้าหมายดิจิทัลของยูนิลีเวอร์
คุณโสภณ แกะทอง Media and Digital Marketing Lead กลุ่มธุรกิจความงามและสุขภาพ บริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า ยูนิลีเวอร์ไม่ได้เป็นเพียงผู้นำในธุรกิจ FMCG แต่กำลังก้าวสู่การเป็น Cognitive Enterprise หรือ องค์กรแห่งปัญญา ด้วยการนำดาต้าและเทคโนโลยีมาขับเคลื่อนการทำงานแบบครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในระดับสูงสุด ซึ่งเป็นแก่นสำคัญขององค์กรมาโดยตลอด
ยูนิลีเวอร์ตั้งเป้าหมายด้านดิจิทัลปี 2030 ใน 3 มิติหลัก ได้แก่
- From GenAI to Agentic AI
การนำเอไอมาเป็นผู้ช่วยเสริมศักยภาพบุคลากร ช่วยลดงานที่เป็นรูทีน ทำให้พนักงานมีเวลามุ่งสู่การคิดเชิงกลยุทธ์และนวัตกรรมมากขึ้น - Fully Integrated Supply Chain
การบูรณาการซัพพลายเชนแบบเต็มรูปแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สร้างสมดุลระหว่างดีมานด์และซัพพลาย ลดต้นทุน และส่งเสริมความยั่งยืนในระยะยาว - Sustainable by Design
การใช้เอไอออกแบบกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านพลังงานและการผลิตสินค้า เพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ

ยูนิลีเวอร์ในทางปฏิบัติ: พลังของ AI และ Data ขับเคลื่อนนวัตกรรม
คุณโสภณได้ยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใน 3 ด้านหลัก ได้แก่
1. ยกระดับ R&D: Speed & Innovation
ยูนิลีเวอร์นำเอไอมาเร่งกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งเดิมเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลายาวนาน จากเดิมที่อาจต้องใช้เวลาเป็นปีในการทำงานวิจัย อ่านงานวิจัยกว่าแสนฉบับ ปัจจุบันเอไอสามารถอ่านและวิเคราะห์บทความวิชาการนับแสนฉบับได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน ช่วยย่นระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ยกตัวอย่างเช่น แบรนด์ คนอร์ ซึ่งใช้เอไอพัฒนาซุปก้อนสูตรลดโซเดียม จากเมื่อก่อนที่ต้องทำการทดลองสูตรด้วยการลงมือต้มน้ำซุปจริงทุกครั้ง เอไอเข้ามาวิเคราะห์องค์ประกอบของรสชาติ และจำลองผลลัพธ์ ส่งผลให้ระยะเวลาการพัฒนาสินค้าสั้นลงอย่างมาก ขณะเดียวกันยังได้สูตรที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างตรงจุด และรวดเร็ว
2. เสริมพลังซัพพลายเชน
ยูนิลีเวอร์นำเทคโนโลยี Digital Twin มาจำลองผลิตภัณฑ์ในโลกดิจิทัลเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยง ลดของเสีย และเพิ่มความแม่นยำก่อนนำไปสู่การผลิตจริง ช่วยให้การวางแผน และการตัดสินใจมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกเหนือจากการใช้เทคโนโลยีในระดับอุตสาหกรรม ยูนิลีเวอร์ยังให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการรายย่อยผ่านโครงการ “ร้านค้าติดดาว” ที่สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อแนะนำสินค้า การส่งเสริมการขาย และพัฒนาศักยภาพของร้านค้าโชห่วยทั่วประเทศ ทำให้ SME สามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรในรูปแบบที่ยั่งยืน
3. ปรับกลยุทธ์การสื่อสารตรงใจ ด้วย Desire at Scale
ยูนิลีเวอร์ใช้ประโยชน์จากเอไอในการสร้างคอนเทนต์และโฆษณาที่สื่อสารได้ตรงกับอารมณ์ และความต้องการของผู้บริโภค เช่น แบรนด์ TRESemmé ที่นำเอไอมาเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตครีเอทีฟ เพื่อสร้างโฆษณาเฉพาะตลาด ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 87%
อย่างไรก็ตาม บริษัทให้ความสำคัญกับการใช้เอไอโดยยึดจุดยืนของแต่ละแบรนด์ รวมถึงการใช้เอไออย่างมีจริยธรรมในทุกขั้นตอนของธุรกิจ เช่น แบรนด์ Dove ซึ่งประกาศว่าจะไม่ใช้เอไอในการผลิตภาพผู้หญิง เพื่อสะท้อนจุดยืน “Real Beauty” ของแบรนด์

คุณโสภณกล่าวทิ้งท้ายว่า การทรานส์ฟอร์มองค์กรด้านดิจิทัลต้องเริ่มจากการตั้งคำถามที่ถูกต้อง มองให้เห็นปัญหาอย่างแท้จริง แล้วใช้เอไอและเครื่องมือดิจิทัลเข้ามาช่วยแก้ไข เพิ่มความสอดคล้อง และสร้างคุณค่าให้ทั้งผู้บริโภคและพันธมิตรในซัพพลายเชน ซึ่งเป็นหัวใจในการเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืนของยูนิลีเวอร์
เดินหน้าขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทยร่วมกับทุกภาคส่วน
การมีส่วนร่วมบนเวที Beyond the Ranking: Strategic Imperatives for Thailand’s Digital Future ครั้งนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ในการผลักดันองค์กรและระบบนิเวศธุรกิจไทยสู่อนาคตดิจิทัล ผ่านการนำนวัตกรรมเอไอและดาต้ามายกระดับกระบวนการทำงาน พัฒนาซัพพลายเชน และส่งเสริมศักยภาพ SMEs อย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยูนิลีเวอร์ในการให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืน พร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยในระยะยาว
