ซันซิล แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทั่วโลก[a] กำลังเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังสร้างตลาดใหม่ พร้อมด้วยภารกิจที่จะนำความสนุกกลับมาสู่การดูแลเส้นผม
ซันซิลกำลังพัฒนาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันไปสู่แบรนด์ความงามที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างรูปลักษณ์ที่ชวนมองไปพร้อมกับสอดคล้องกับวัฒนธรรมของคน Gen Z โดยนี่ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโฉมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์
ซันซิลเป็นชื่อที่คุ้นเคยในครัวเรือนมากว่า 70 ปี โดยได้เปิดตัวแชมพูที่สระเพียงครั้งเดียวเป็นครั้งแรกของโลกในปี 1954 แบรนด์นี้ซึ่งถือเป็นรายแรกที่ตอบสนองต่อแนวโน้มของตลาด ได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับเส้นผมทุกประเภท ทุกสภาพ และทุกไลฟ์สไตล์
การปรับโฉมสุดยอดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม
การพลิกโฉมของซันซิลซึ่งเป็นสายผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมสำหรับมวลชนของยูนิลีเวอร์ ถือเป็นโอกาสในการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
แบรนด์มุ่งที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ด้วย Desire at Scale ซึ่งเป็นโมเดลการตลาดที่แบรนด์อันทรงพลังของยูนิลีเวอร์ใช้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประจำวันที่ยกระดับให้ดียิ่งขึ้น โดยไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่จำเป็นแต่ยังเป็นที่ต้องการด้วย แนวทางการตลาด SASSY ของเรา ซึ่งให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์ (Science) สุนทรียภาพ (Aesthetics) ประสาทสัมผัส (Sensorials) ความคิดเห็นจากผู้ใช้ (Said by others) และสปิริตของคนหนุ่มสาว (Young-spirited) คือรากฐานสำคัญของทุกองค์ประกอบในทิศทางใหม่ของซันซิล
กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่คัดสรรมาอย่างดี พร้อมส่วนผสมคุณภาพพรีเมียมและหลักฐานสนับสนุนทางวิทยาศาสตร์ จะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือ และทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับความต้องการของตนเองได้ง่ายขึ้น บรรจุภัณฑ์แบบใหม่นำเสนอผลิตภัณฑ์ด้วยโทนสีรุ้งที่ทันสมัยและดีไซน์เรียบหรู ซึ่งสื่อถึงความงามและความทันสมัย
เนื่องจากมีการยกระดับประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และเสน่ห์ทางประสาทสัมผัส ซันซิลจึงอยู่ในจุดที่ได้เปรียบในการแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดทั้งในตลาดระดับมวลชนและตลาดระดับพรีเมียม หัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือการเปิดตัว Silk Touch ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีกรดอะมิโนจากรังไหมและเป็นสิทธิบัตรเฉพาะ สูตรพิเศษนี้ให้ความนุ่มสลวยยาวนานถึง 100 ชั่วโมงโดยการผสมผสานวิทยาศาสตร์ขั้นสูงเข้ากับประสบการณ์สุดหรู
ขอแนะนำซันซิล วันเดอร์มิสท์

ซันซิลกำลังเปลี่ยนการดูแลเส้นผมให้กลายเป็นการเล่นกับเส้นผม โดยใช้สูตรที่คิดค้นตามหลักวิทยาศาสตร์ และทำการตลาดแบบเน้นสื่อสังคมออนไลน์เป็นหลักเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับกลุ่มคนรักความงาม การเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มจากผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์ความงามที่กำลังมาแรงในกลุ่มคน Gen Z
จากการวิจัยของ Kantar พบว่า ปัจจุบันผู้คน 8 ใน 10 คนมองหาขั้นตอนประจำวันในการดูแลความงามแบบครบครันที่รวมถึงการดูแลตนเองด้วย[b] ความงามไม่ใช่แค่การดูดีอีกต่อไปแล้ว มันเป็นเรื่องของสุขภาวะ การแสดงตัวตน และกิจวัตรประจำวันที่ช่วยสร้างความมั่นใจ
จากข้อมูลเชิงลึกนี้ ซันซิลมองเห็นช่องว่างในตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ที่สามารถมอบประสิทธิภาพการดูแลเส้นผมที่เหนือกว่า อีกทั้งยังส่งเสริมสุขภาวะทางอารมณ์ไปพร้อมๆ กัน จึงคิดค้นวันเดอร์มิสท์ สเปรย์ฉีดผมแบบไฮบริดที่ผสานวิทยาศาสตร์ที่เหนือชั้นเข้ากับการออกแบบที่สวยเกินห้ามใจและการตลาดที่ลูกค้าไม่ควรพลาด
ซันซิล วันเดอร์มิสท์ผสานกลิ่นหอม การดูแลเส้นผม และสุขภาวะทางอารมณ์ไว้ในผลิตภัณฑ์เดียวที่พกพาสะดวก โดยออกแบบมาเพื่อจัดแต่งทรงผมในระหว่างวัน และมาพร้อมกับขวดบรรจุภัณฑ์ที่สวยสะดุดตาน่าเป็นเจ้าของ
มาเริ่มที่หลักการทางวิทยาศาสตร์ สูตรของวันเดอร์มิสท์ประกอบด้วยโพลิเมอร์ปรับสภาพเส้นผมเพื่อเติมความสดชื่นให้กับเส้นผม ลดการชี้ฟู และเพิ่มความเงางาม แม้ในสภาพอากาศร้อนและชื้น แต่สิ่งที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้แตกต่างอย่างแท้จริงคือเทคโนโลยีน้ำหอม Emotiwaves™ ของแบรนด์ ซึ่งมีหลักฐานยืนยันทางประสาทวิทยาว่าสามารถกระตุ้นให้เกิดความสุข ความมั่นใจ และความภูมิใจในตนเอง จึงได้ผลลัพธ์เป็นน้ำหอมที่ช่วยให้อารมณ์ดี พร้อมออกแบบมาให้กลิ่นหอมติดทนนานถึง 100 ชั่วโมง
วันเดอร์มิสท์ยังมีความสวยงามและสัมผัสที่โดดเด่นด้วยขวดสีสันสดใสแบบไล่เฉดสี และกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง Rose Crush และ Golden Glaze ซึ่งเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่หาซื้อได้ง่ายให้กลายเป็นประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสที่เชื่อมโยงทางอารมณ์ ไม่ใช่แค่สำหรับใช้งานเพียงอย่างเดียว
พบเห็นได้ชัดว่ามีความต้องการผลิตภัณฑ์ลักษณะนี้ ในปี 2024 ตลาดสเปรย์ฉีดผมมีมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และข้อมูลจาก Business Research Insights คาดว่ามูลค่าจะเติบโตขึ้นถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2033
ที่ซันซิล เรามองหาวิธีที่จะเชื่อมโยงถึงผู้บริโภคของเราอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นเสมอ ไม่ใช่แค่ทำตามกระแส แต่เป็นการสร้างกระแสขึ้นมาเอง
Jopa Malantic รองประธานแบรนด์ระดับโลกของซันซิลและเทรซาเม่
การเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมที่เปลี่ยนเป็นยอดขาย
ซันซิลเข้าใจดีว่าจะต้องไปปรากฏตัวในที่ที่คน Gen Z อยู่ และพูดภาษาเดียวกัน จึงจะชนะใจคนกลุ่มนี้ได้ จากการพบว่า ถึงแม้การแต่งหน้าจะเป็นที่นิยมในโซเชียลมีเดีย แต่การจัดแต่งทรงผมกลับไม่ได้รับความสนใจอย่างเห็นได้ชัด ยูนิลีเวอร์จึงสนับสนุนการเปิดตัวผลิตภัณฑ์วันเดอร์มิสท์ด้วยแคมเปญ #ButFirstMyHairTouchUp ที่เน้นโซเชียลมีเดียเป็นหลัก แคมเปญนี้ปลุกความนิยมในการจัดแต่งทรงผม โดยได้เชิญครีเอเตอร์และกลุ่มต่างๆ มาแบ่งปันขั้นตอนการใช้สเปรย์ฉีดผมในชีวิตจริง ตั้งแต่การเพิ่มความสดชื่นหลังออกกำลังกายไปจนถึงการเตรียมตัวก่อนสัมภาษณ์งาน
แคมเปญนี้สะท้อนหลักการ “ความคิดเห็นจากผู้ใช้” ของ SASSY โดยเปลี่ยนผู้บริโภคให้กลายเป็นผู้สนับสนุนที่เผยแพร่ข้อมูลบนโซเชียลมีเดียอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้การใช้สเปรย์ฉีดผมกลายเป็นกระแสทางวัฒนธรรม
สินค้ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นกำลังวางจำหน่ายในตลาดสำคัญๆ เพื่อสานต่อการสร้างความเชื่อมโยงที่เปลี่ยนเป็นยอดขาย นอกจากนี้ ซันซิลยังร่วมมือกับ Babymonster วง K-Pop ชื่อดัง เพื่อเข้าถึงกลุ่มแฟนด้อมผู้คลั่งไคล้ของวงนี้ผ่านคอนเทนต์ที่ทันสมัยและโดดเด่น ซึ่งเชื่อมโยงถึงกลุ่มผู้ชมรุ่นใหม่ในแบบที่พวกเขาต้องการ และด้วยความร่วมมือกับ Hello Kitty ตัวการ์ตูนที่ชื่นชอบกันมากในประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดแรกที่เปิดตัวซันซิล วันเดอร์มิสท์ แบรนด์จะเกาะกระแสชุดของแถมกล่องสุ่มที่ผู้บริโภคจะซื้อบรรจุภัณฑ์เพื่อสะสมจี้สุ่มสุดเซอร์ไพรส์ให้ครบทุกแบบ
“ที่ซันซิล เรามองหาวิธีที่จะเชื่อมโยงถึงผู้บริโภคของเราอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นเสมอ ไม่ใช่แค่ทำตามกระแส แต่เป็นการสร้างกระแสขึ้นมาเอง” Jopa Malantic รองประธานแบรนด์ระดับโลกของซันซิลและเทรซาเม่กล่าว
“วันเดอร์มิสท์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในเรื่องนี้ มันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ให้ประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่ง ในขณะเดียวกันก็ยังเข้ากับไลฟ์สไตล์และจังหวะทางอารมณ์ของผู้บริโภคอย่างลงตัว เมื่อแบรนด์ปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรม ไม่ใช่หลีกเลี่ยงวัฒนธรรม การเชื่อมโยงก็จะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง”
