เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์ความงามและสุขภาพผู้ซื้อต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับส่วนผสม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ผู้ซื้อจะอ่านรีวิว ค้นหาข้อพิสูจน์ในโซเชียลมีเดีย และสนุกกับการทดลองแนวโน้มใหม่ๆ
จากข้อมูลของ AWISEE พบว่า 87% ของการค้นหาผลิตภัณฑ์ความงามเกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และผลสำรวจล่าสุดจาก Talker Research ที่สำรวจให้กับ Revance พบว่า 91% ของผู้ใหญ่ชาวอเมริกันอายุ 30-54 ปีตอบว่าตนให้ความสำคัญกับส่วนผสมมากกว่าเดิม
คำกล่าวอ้างมีความสำคัญ แนวโน้มเปลี่ยนแปลงเร็ว และเราก็ต้องปรับตัวตามไปด้วย นั่นคือเหตุผลที่เราใช้ AI ระบบอัตโนมัติ และการเรียนรู้ของเครื่องจักรทั่วทั้งธุรกิจความงามและสุขภาพของยูนิลีเวอร์ ซึ่งมีมูลค่า 1.28 หมื่นล้านยูโร เพื่อเร่งกระบวนการสร้างนวัตกรรมให้เร็วขึ้นกว่าที่เคยทำมา

เปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วย AI ให้กลายเป็นนวัตกรรม
กระบวนการสร้างนวัตกรรมของเราเริ่มต้นที่ผู้บริโภคเสมอ โดยพิจารณาจากความจำเป็น ความต้องการ และความปรารถนาของผู้บริโภค ปัจจุบันเราสามารถประเมินข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคได้เร็วขึ้นถึง 60% โดยใช้เทคโนโลยีในการวิเคราะห์ความรู้สึกที่มีต่อแบรนด์ กระแสความนิยม การมีส่วนร่วม และคำค้นหา และแสดงให้เห็นสิ่งที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดการสนทนาจริงๆในวัฒนธรรมของเรา ในแต่ละเดือน ระบบวิเคราะห์แหล่งข้อมูลภายนอกกว่า 1,000 แหล่งโดยอัตโนมัติ เช่น โซเชียลมีเดีย การค้นหา การค้าปลีก และกิจกรรมของคู่แข่ง เพื่อให้ทีมของเราได้รับข้อมูลแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกได้แบบเรียลไทม์
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล AI ที่พิเศษไม่เหมือนใครของเรา ซึ่งทำงานอยู่ตลอดเวลา เมื่อพบเทรนด์แล้ว ผู้เชี่ยวชาญของเราจะใช้ AI ตัวใหม่ในการเปลี่ยนเทรนด์เหล่านั้น ให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปใช้ได้จริง โดยรวบรวมสิ่งที่ค้นพบไว้ในฐานข้อมูลการวิจัยและพัฒนาของเราเอง ซึ่งหมายความว่าเราสามารถค้นหาข้อมูลภายในคลังข้อมูลส่วนผสม การทดลองสูตร การทดสอบทางประสาทสัมผัส การศึกษาผู้บริโภค ข้อมูลจำเพาะและคำกล่าวอ้างเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งคิดหาวิธีออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ตามหลักวิทยาศาสตร์อย่างมีประสิทธิผล ซึ่งตอบโจทย์ความจำเป็นและความต้องการของผู้บริโภค
ขณะนี้เราสามารถลดจำนวนรอบของการพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์จาก 5-6 รอบให้เหลือเพียง 1-2 รอบ ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มกำหนดแนวคิด ไปจนถึงการสรุปงานวิจัยและพัฒนาได้ลดลง จากหลายเดือนจนเหลือเพียงแค่ไม่กี่วัน และขั้นตอนการคิดคำกล่าวอ้างของเราเร็วขึ้นถึง 75%
การทดสอบทางดิจิทัลควบคู่ไปกับประสบการณ์ของมนุษย์
เราใช้ AI อีกวิธีหนึ่งในการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เราสะสมมาตลอดกระบวนการวิจัยและพัฒนา เราได้ลงทุนในการสร้างชุดข้อมูลที่มีโครงสร้างและมาตรฐาน ซึ่งช่วยให้เราสามารถสำรวจข้อมูลทางชีววิทยาจำนวนมหาศาลที่เรามีอยู่ และทำการวิจัยที่ซับซ้อนได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
เราใช้กลุ่มตัวอย่างเสมือนจริงในส่วนนี้ดังนี้ กลุ่มตัวอย่างที่ AI สร้างขึ้นจากชุดข้อมูลไมโครไบโอมของยูนิลีเวอร์ ดิจิทัลทวิน (Digital Twin) นี้ทำให้เราสามารถประเมินได้ว่า กลุ่มเฉพาะต่างๆ จะตอบสนองต่อสูตร แนวคิด คำกล่าวอ้าง และประสาทสัมผัสอย่างไร โดยพิจารณาจากอายุ ประเภทผิว ลักษณะเส้นผม สถานที่ และปัจจัยอื่นๆ เราสามารถวิเคราะห์ตัวอย่างได้ประมาณ 2,500 คนพร้อมกัน ซึ่งช่วยลดเวลาและค่าใช้จ่าย
‘ผู้ช่วยงานวิจัยและพัฒนา’ ของเรา ซึ่งเป็นระบบ AI ของยูนิลีเวอร์ยังเชื่อมต่อกับเอกสารทางวิทยาศาสตร์กว่า 150,000 ฉบับ ตั้งแต่งานวิจัยที่ผ่านมากว่าศตวรรษ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ของเราสามารถค้นหาข้อมูลเชิงลึก ในภาษาธรรมชาติของตนเอง ได้จากทั่วทุกมุมโลก
เราไม่ได้ต้องการที่จะใช้ AI แทนการทดสอบจริง แต่นี่เป็นวิธีอันล้ำค่า ที่จะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญของเรา เข้าถึงและวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลได้รวดเร็วขึ้น

ผลิตภัณฑ์จริงจากการวิจัย AI
นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ช่วยจุดประกายให้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่สร้างการเติบโตให้กับแบรนด์ของเรา เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์ Hydra Miracle จาก Pond’s Skin Institute ส่วนผสมหลักคือเทคโนโลยี Cera-Hyamino™ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างโปรเซราไมด์ ไฮยาลูรอนิกบูสเตอร์ และ GAP อะมิโน ที่พัฒนาขึ้นเพื่อเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวและมอบความชุ่มชื้นอย่างยาวนาน
คำกล่าวอ้างมีความสำคัญมาก เช่น เสริมสร้างความยืดหยุ่นของผิวถึง 67 เท่า เติมความชุ่มชื้น 100% และผลการทดสอบทางคลินิกแสดงให้เห็นว่าผิวชุ่มชื้นขึ้น 78% ตั้งแต่วันแรกที่ใช้ และคำกล่าวอ้างนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มี AI นักวิทยาศาสตร์ของเราสามารถพัฒนาเทคโนโลยี Cera-Hyamino™ ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเครื่องมือดิจิทัลสามารถวิเคราะห์ข้อมูลไมโครไบโอมและค้นหาความเชื่อมโยงที่มนุษย์ไม่สามารถตรวจพบได้เอง
อีกตัวอย่างหนึ่งของความสำเร็จด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ตามหลักวิทยาศาสตร์คือ ผลิตภัณฑ์กลุ่ม Damage Therapy ของ Dove ซึ่งใช้เทคโนโลยี Bio-Protein Care ในการเติมโปรตีนที่ถูกทำลายไปจากเส้นผมในแต่ละวันจากการจัดแต่งทรงผมด้วยความร้อนและการทำสีผม
นักวิทยาศาสตร์ที่โรงงานนวัตกรรมวัสดุของเราใช้เทคโนโลยีการวัดขั้นสูง และความสามารถระดับโลกของหุ่นยนต์ เพื่อสร้างภาพโครงสร้างในระดับนาโน และพิจารณาข้อมูลคุณลักษณะของเส้นผมกว่า 100,000 จุด ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจว่า สูตรผลิตภัณฑ์สามารถแทรกซึมเข้าสู่เส้นผมได้อย่างมีประสิทธิผลเพียงใด
ตั้งแต่นั้นมา เราได้ยื่นจดสิทธิบัตร 5 ฉบับสำหรับส่วนผสมสำคัญที่ใช้ใน Dove Damage Therapy ซึ่งเป็นการผลักดันให้เกิดการเติบโตสำหรับแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดของเรา Dove รายงานผลการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักในปี 2025 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่ม Damage Therapy ที่ประสบความสำเร็จในกว่า 35 ประเทศในช่วงไตรมาสที่ 3
ยุคใหม่แห่งนวัตกรรม
“สำหรับนักวิจัย 4,500 คนของเรา AI ไม่ได้เป็นแค่ช่วยประหยัดเวลาเท่านั้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีในการค้นพบ ทำงานร่วมกัน และสร้างนวัตกรรม” Jason Harcup ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Unilever Beauty & Wellbeing อธิบาย
“ข้อมูลที่มีโครงสร้าง AI และความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ได้ให้คำจำกัดความใหม่ถึงสิ่งที่เป็นไปได้ในการวิจัยและพัฒนา และกำลังกำหนดทิศทางของนวัตกรรมในอนาคตของยูนิลีเวอร์” เขากล่าวเสริม
คำถามที่พบบ่อย
-
AI ช่วยเร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพอย่างไร
AI ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญในทีมผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพของยูนิลีเวอร์ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคได้เร็วขึ้นกว่าเดิม 60% ช่วยลดจำนวนรอบในการพัฒนาสูตรจาก 5-6 รอบให้เหลือเพียง 1-2 รอบ และลดระยะเวลาการทำงานจากหลายเดือนให้เหลือเพียงแค่ไม่กี่วัน ตั้งแต่การกำหนดแนวคิดไปจนถึงการสรุปงานวิจัยและพัฒนา และตอนนี้ขั้นตอนการคิดคำกล่าวอ้างเร็วขึ้นถึง 75% ความสำเร็จทั้งหมดนี้รวมกันทำให้ทีมของยูนิลีเวอร์ สามารถเริ่มจากการระบุเทรนด์ของผู้บริโภค ไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามหลักวิทยาศาสตร์ เพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั้นด้วยความเร็วในระดับที่ไม่เคยเป็นไปได้มาก่อน
-
ยูนิลีเวอร์ใช้ AI ในการออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่แตกต่างกันอย่างไร
ทีมของเราใช้ AI ในการสร้างกลุ่มตัวอย่างเสมือนจริง ที่แสดงถึงลักษณะทางประชากรที่หลากหลาย โดยอ้างอิงจากชุดข้อมูลไมโครไบโอมของยูนิลีเวอร์ ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถประเมินได้ว่า ผู้บริโภคกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจะตอบสนองต่อสูตร แนวคิด คำกล่าวอ้าง และลักษณะทางประสาทสัมผัสใหม่ๆ อย่างไร ก่อนที่ทดสอบจริง ยูนิลีเวอร์สามารถวิเคราะห์ตัวอย่างคนเสมือนจริงได้ประมาณ 2,500 คนพร้อมกัน ซึ่งช่วยลดทั้งเวลาและต้นทุน ในการวิจัยและพัฒนาในระยะเริ่มต้นได้อย่างมาก โดยไม่ได้เป็นการใช้แทนวิธีการทดลองจริง
-
ยูนิลีเวอร์ใช้ AI ในการติดตามเทรนด์ความงามอย่างไร
ทีมของเราใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลกว่า 1,000 แห่งแบบอัตโนมัติทุกเดือน ซึ่งครอบคลุมทั้งโซเชียลมีเดีย เครื่องมือค้นหา แพลตฟอร์มค้าปลีก และกิจกรรมของคู่แข่ง เพื่อระบุเทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นใหม่ได้แบบเรียลไทม์ เครื่องมือใหม่นี้เน้นความรู้สึกที่มีต่อแบรนด์ กระแสความนิยมของผู้บริโภค รูปแบบของการมีส่วนร่วม และพฤติกรรมการค้นหา เพื่อแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นแรงผลักดันให้เกิดการสนทนาทางวัฒนธรรม เกี่ยวกับความงามและสุขภาพอย่างแท้จริง ระบบอัจฉริยะที่ทำงานอยู่ตลอดเวลานี้ จะป้อนข้อมูลเข้าสู่กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยตรง ทำให้ทีมวิจัยและพัฒนาของยูนิลีเวอร์ สามารถตอบสนองต่อแนวโน้มต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว
