ข้ามไปที่ เนื้อหา

Schoolchildren learning to wash their hands properly as part of a Lifebuoy handwashing behaviour change programme.

มองย้อนเหตุการณ์สำคัญๆ ในปี 2563 ของยูนิลีเวอร์

จากการช่วยเหลือผู้คนจากวิกฤตโควิด-19 จนถึงการคิดค้นอาหารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม… ปี 2563 เป็นปีที่มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นที่ยูนิลีเวอร์ ที่ส่งผลต่อธุรกิจของเราและต่อชุมชนที่เรารับใช้

เราสามารถพูดได้เต็มปากว่าปี 2563 เป็นปีที่ไม่เหมือนปีอื่นๆที่ผ่านมา ด้วยอิทธิพลของโรคระบาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อพวกเราทุกคนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ชีวิตความเป็นอยู่ และเศรษฐกิจที่ผันผวน อย่างไรก็ตามในความมืดมิดนี้ ยังพอมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ นั่นก็คือ การมีวัคซีนโควิด

ในปีที่ยูนิลีเวอร์ครบรอบ 90 ปี เราได้ดึงทรัพยากรทั้งหมดและความเชี่ยวชาญทั้งหมดทั่วโลกของเราที่มีอยู่ เพื่อช่วยเหลือผู้คนให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์นี้ด้วยการเป็นธุรกิจที่มีเป้าหมาย และในขณะที่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่เราให้ความสำคัญ เราก็ยังมีพัฒนาการที่ดีในเรื่องอื่นๆที่สำคัญสำหรับพวกเราทุกคน ณ เวลาเดียวกันนี้ และได้ประกาศคำมั่นสัญญาอย่างชัดเจน

เมื่อปี 2563 ได้ผ่านพ้นไปแล้ว เรามองย้อนกลับไปดูเหตุการณ์สำคัญๆจากปีที่ผ่านมา อันได้แก่

1. เราช่วยเหลือผู้คน ชุมชน และธุรกิจก้าวผ่านวิกฤตโรคระบาดใหญ่นี้

เราได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือทั้งในระดับโกลบอลและสำหรับแต่ละประเทศเพื่อต่อสู้กับโควิด-19 - เพื่อปกป้องชีวิตความเป็นอยู่ เราได้บริจาคสบู่ เจลล้างมือ น้ำยาทำความสะอาดและผลิตภัณฑ์อาหารรวมมูลค่า 100 ล้านยูโร แก่ผู้บริโภคและชุมชน เราได้มอบสภาพคล่องทางการเงินมูลค่า 500 ล้านยูโรแก่คู่ค้าและซัพพลายเออร์ของเราตลอด extended value chain และเราให้คำมั่นสัญญาที่จะดูแลปกป้องการจ้างงานพนักงานและ contractors ของเรา

มาตรการเหล่านี้ สามารถแตกรายละเอียดปลีกย่อยผ่านการเป็นเจ้าภาพความคิดริเริ่มภาคสนามต่างๆ เช่น การร่วมมือกับองค์กรการกุศล และองค์กรอิสระเพื่อมอบสิ่งของบริจาคแก่บุคคลที่มีความจำเป็นต้องใช้จริงๆ – โปรแกรม United for America เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ดี เราร่วมมือกับรัฐบาลอังกฤษเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการล้างมือสำหรับผู้คนกว่าหนึ่งพันล้านคนแขยายธุรกิจผลิตเจลล้างมือละเราได้ - จากโรงงาน 2 โรงของเราในเดือนมกราคมเป็น 61 โรงในเดือนพฤษภาคม เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดทั่วโลก

Woman packing items for United for America, an initiative designed to support communities in need during Covid-19.

2. เราดำเนินการตามแผนการดำรงชีวิตที่ยั่งยืนครบรอบสิบปี

ในปี 2553 เราตั้งเป้าที่จะเป็นธุรกิจที่สร้างความยั่งยืนมากที่สุดในโลก ด้วยการออกแผนการดำรงชีวิตที่ยั่งยืน Unilever Sustainable Living Plan (USLP) ด้วยเป้าหมายที่ดูไกลเกินเอื้อม นี่ถือเป็น game-changer สำหรับเราและคนอื่น และเราก็ภูมิใจกับผลลัพท์เชิงบวกที่เราได้สร้าง ยกตัวอย่างเช่น โปรแกรมสร้างสุขภาพและสุขอนามัยที่ดีของเราสามารถเข้าถึงผู้คน 1.3 พันล้านคน และเราสามารถช่วยเหลือผู้หญิงกว่า 2.3 ล้านคน เข้าถึงการริเริ่มที่มุ่งสร้างความปลอดภัย พัฒนาขีดความสามารถ หรือขยายโอกาสได้

3. เราประกาศมาตรการที่จะช่วยอนุรักษ์สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ในขณะที่โลกกำลังให้ความสนใจกับโควิด-19 โฟกัสเปลี่ยนจากภัยคุกคามมนุษยชาติและโลกที่ยังคงอยู่กับเราตลอดเวลาจนถึงปัจจุบันนี้ นั่นก็คือ วิกฤตสภาพภูมิอากาศและธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ เราจึงประกาศคำมั่นสัญญาและแผนปฏิบัติการใหม่ ที่จะต่อสู่กับความเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ อนุรักษ์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม รวมถึงอนุรักษ์แหล่งทรัพยากรธรรมชาติสำหรับคนรุ่นหลัง

ซึ่งรวมถึงการมีซัพพลายเชนที่อนุรักษ์ป่าภายในปี 2566 และการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์จากผลิตภัณฑ์ของเราทั้งหมดภายในปี 2582 โดยทั้งหมดนี้ แบรนด์จะร่วมลงทุนในกองทุน 1 พันล้านยูโร ซึ่งจะนำมาใช้สำหรับการดำเนินการที่มีเป้าหมายและผลลัพท์ที่ชัดเจน

4. เราประกาศวิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยนวิธีทำความสะอาดในอนาคต

นอกเหนือจากการประกาศเรื่องสภาพภูมิอากาศและธรรมชาติ เราได้ออก Clean Future – กลยุทธ์เชิงนวัตกรรมที่จะเปลี่ยนวิธีสร้างผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและซักผ้า ตั้งแต่กระบวนการคิดค้น ผลิต และบรรจุ

หัวใจสำคัญคือเป้าหมายที่จะทดแทนคาร์บอนที่มาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ที่เราใช้ในส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ด้วย คาร์บอนหมุนเวียน หรือ คาร์บอนที่มาจากการรีไซเคิลภายในปี 2573 โดยโอโม่ได้ออกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดที่ดีเยี่ยมที่สุดและในขณะเดียวกันก็เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการนำสารขจัดคราบที่สกัดมาจากพืชเป็นหนึ่งในส่วนผสม

Children planting seedlings.

5. เรามุ่งมั่นที่จะทำอาหารที่เป็นมิตรกับโลกและ.ให้เป็นทางเลือกที่น่ารับประทาน

เราเปิดตัวโครงการ Future Foods: แผนของเราที่จะช่วยให้ผู้คนเปลี่ยนแปลงไปสู่การรับประทานอาหารที่ดีต่อ สุขภาพและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของห่วงโซ่อาหาร เรามุ่งมั่นที่จะตั้งเป้ายอดขายปีละ 1 พันล้านยูโร จากเนื้อเทียมที่ทำจากพืชและผลิตภัณฑ์ทางเลือกแทนนม และยังคงลดแคลอรี่เกลือและน้ำตาลในผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของเรา นอกจากนี้ภายในปี 2568 เราจะลดขยะอาหารลงครึ่งหนึ่งในการดำเนินการผลิตอาหารของเราและเพิ่มจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการที่ดีเป็นสองเท่า

6. เราดำเนินการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก

เรารายงานความคืบหน้าของเราต่อคำมั่นสัญญาที่เราทำไว้เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ว่าภายในปี 2568 เราจะลดการใช้พลาสติกใหม่ลงครึ่งหนึ่งในการผลิตบรรจุภัณฑ์ของเรา และลดการใช้พลาสติกมากกว่า 100,000 ตัน เรากำลังทำตามคำสัญญาของเรา ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันพลาสติกรีไซเคิล (PCR) มีสัดส่วนมากกว่า 10% ของบรรจุภัณฑ์พลาสติก เป้าหมายของเราคืออย่างน้อย 25% ภายในปี 2568 และส่วนหนึ่งของการรายงานความคืบหน้าในครั้งนี้เรายังได้แบ่งปันความรู้ของเราเกี่ยวกับโมเดล refill–reuse เป็นครั้งแรก

7. เรายืนหยัดในการไม่ทดสอบผลิตภัณฑ์กับสัตว์

เราพัฒนาและใช้แนวทางที่ไม่ทำการทดลองในสัตว์เพื่อรับประกันความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ของเรามานานหลายทศวรรษ แต่การประกาศล่าสุดจาก European Chemicals Agency (ECHA) อาจทำให้ความคืบหน้าที่เราต้องการเห็นถดถอยไป ดังนั้นเราจึงได้ร่วมมือกับองค์กรอื่น ๆ เพื่อร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึก และเรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามคำสั่งห้ามทดลองเครื่องสำอางกับสัตว์ของสหภาพยุโรปตามที่ตั้งใจไว้

8.เราเพิ่มการใช้เทคโนโลยีเพื่อยุติการตัดไม้ทำลายป่า

เพื่อให้แน่ใจว่าที่ดินที่ใช้ปลูกพืชเช่นปาล์มและถั่วเหลืองไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า เรากำลังทบทวน วิธีการตรวจสอบย้อนกลับ เราได้เปิดตัวโครงการนำร่องกับ บริษัท Orbital Insight ของสหรัฐซึ่งใช้ข้อมูลตำแหน่งทางภูมิศาสตร์เพื่อให้เราเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าพืชผลที่เก็บเกี่ยวมาจากที่ใด ในทางกลับกันสิ่งนี้ทำให้เราสามารถคาดการณ์และดำเนินการกับประเด็นต่างๆเช่นการตัดไม้ทำลายป่าได้ การนำร่องนี้ควบคู่ไปกับความร่วมมือใหม่ของเรากับ Google Cloud ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่จะช่วยให้เราตรวจสอบซัพพลายเชนของเราได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

9.เราบรรลุความสมดุลระหว่างเพศที่ดีขึ้นในธุรกิจของเรา

เราปฏิบัติภารกิจมายาวนานในการผลักดันความเท่าเทียมทางเพศในที่ทำงาน และเราได้บรรลุเป้าหมาย 50% โดยเรามีผู้หญิงที่ดำรงตำแหน่งผู้บริหารทั่วโลกในบริษัทของเรา ทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามที่เราตั้งไว้ในปี 2553 ผู้หญิงที่มีบทบาทบริหารถือครองสัดส่วน 38% ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เราได้นำเสนอชุดโปรแกรมความร่วมมือและนโยบาย ซึ่งทั้งหมดนี้ออกแบบมา เพื่อสนับสนุนผู้หญิงในบริษัท และทำลายอุปสรรคในการสรรหา การรักษาและการพัฒนา

Businesswoman shaking hands. In 2020, Unilever reached its target of 50% of all managerial roles being held by women.

10.เราย้ายไปใช้ไฟฟ้าแบบกริดหมุนเวียน 100% ทั่วโลก

และในที่สุดเราก็ย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นของปี เมื่อวันที่ 1 มกราคม เราได้ประกาศว่าโรงงานทุกโรงงาน สำนักงาน ศูนย์วิจัยและพัฒนา ศูนย์ข้อมูล คลังสินค้า และศูนย์กระจายสินค้าทั้งหมดของเรา ใช้ไฟฟ้าจาก ระบบโครงข่ายหมุนเวียน 100% เรายินดีที่ได้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว แต่ตอนนี้เรากำลังดำเนินการต่อไป และดำเนินการเพื่อสรรหาพลังงานจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน เป้าหมายของเราคือการเป็นศูนย์กลางคาร์บอนในทั้งธุรกิจก่อนปี 2573

ปีหน้าเราจะดำเนินการอย่างไร?

ในขณะที่เราพยายามอย่างต่อเนื่องในการดูแลผู้คนและมีส่วนร่วมในสังคมที่กว้างขวางมากขึ้นเราจะยังคงต้องช่วยจัดการกับปัญหาที่ใหญ่ที่สุดบางอย่างของโลก เช่น ภาวะฉุกเฉินทางสภาพอากาศ และขยะพลาสติก โดยใช้อิทธิพลของเราเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงในระดับโลก .

แต่ยังมีอีกหลายอย่างที่เราทุกคนสามารถทำได้ในฐานะปัจเจกบุคคลเพื่อสร้างความแตกต่าง

นั่นเป็นเหตุผลที่เราเปิดตัว Take Action Hub ซึ่งรวบรวมความคิดริเริ่มจากพันธมิตรองค์กรพัฒนาเอกชนและองค์กรอื่น ๆ ทั่วโลก มีการดำเนินการมากมายที่ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ ตั้งแต่ความร่วมมือระดับโลกไปจนถึงอาสาสมัครในพื้นที่