แผนการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนของ Unilever

ก๊าซเรือนกระจก

เพื่อช่วยจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เราได้กำหนดความมุ่งมั่นใหม่ที่กล้าหาญโดยการที่ส่วนปฏิบัติงานต่าง ๆ ของเราจะไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจตกภายในปี 2573

ผู้ชายนำผ้าเข้าเครื่องซักผ้า

จำเป็นต้องมีการดำเนินการเร่งด่วนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอาอากาศ 

ในเดือนพฤศจิกายน 2558 เราได้ประกาศว่าส่วนปฏิบัติงานต่าง ๆ ของเราจะไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2573 เราจะจัดหาพลังงานทดแทนสำหรับพลังงานที่ใช้ภายในส่วนปฏิบัติงานของเราทั้ง 100% ภายในปี 2573 และจะสร้างพลังงานทดแทนให้มากกว่าที่เราใช้ 

นอกจากนี้ เราจะดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากก๊าซเรือนกระจก (GHG) ของเราอันเนื่องมาจากการจัดหา การผลิต และนวัตกรรม รวมทั้งใช้ความพยายามให้มากขึ้นในการขจัดปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าจากซัพพลายเชนของเรา

เป้าหมายและผลการดำเนินงาน

เรามีความมุ่งมั่นที่สูงในการลดก๊าซเรือนกระจก (GHG) ลงกึ่งหนึ่ง โดยเป็นก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับการใช้ผลิตภัณฑ์ของเราในวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ของเรา

ก๊าซเรือนกระจก

พันธกิจของเรา

ลดผลกระทบของก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ของเราลงกึ่งหนึ่งตลอดอายุการใช้งานภายในปี 25731

ผลการดำเนินงานของเรา

ในปี 2558 ผลกระทบของก๊าซเรือนกระจกของเราที่มีต่อการใช้ของผู้บริโภคได้เพิ่มขึ้นราว 6% ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2553

มุมมองของเรา

ผลกระทบจากก๊าซเรือนกระจก (GHG) จากโรงงานผลิตของเรายังคงลดลงต่อเนื่อง ในปี 2558 โรงงานของเราได้ลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากพลังงานลงประมาณ 39% ต่อหนึ่งตันของการผลิตในปี 2558 เมื่อเทียบกับปี 2551 

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ของเรายังคงเพิ่มขึ้นราว 6% ตั้งแต่ปี 2553 อัตราเติบโตของยอดขายในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ 26% ดังนั้น จึงเป็นไปได้มากที่จะพบว่าเรากำลังลดผลกระทบของก๊าซเรือนกระจกของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ของเราลงกึ่งหนึ่งจากการเติบโตทางธุรกิจของเรา

ภายในปี 2558 เราได้ลดการใช้ฟอสเฟตในทั่วโลกของเราลงในกลุ่มผงซักฟอกของเราประมาณ 90% กิจกรรมนี้ได้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงประมาณ 50% ต่อการใช้ของผู้บริโภค 

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อการใช้ของผู้บริโภคได้รับการผลักดันจากธุรกิจการดูแลสุขภาพส่วนบุคคลของเราเป็นหลัก ซึ่งได้ขยายไปยังผลิตภัณฑ์เส้นผมและผลิตภัณฑ์อาบน้ำโดยผ่านการซื้อกิจการ มากกว่า 60% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ของเรามาจากการใช้ของผู้บริโภค โดยเฉพาะจากน้ำอุ่นในการอาบน้ำฝักบัว ซึ่งยากที่เราจะโน้มน้าว ดังนั้น เราได้ตระหนักว่าเราจะไม่สามารถบรรลุความมุ่งมั่นของเราภายในปี 2563 

อย่างไรก็ตาม เรายังคงมุ่งมั่นในแนวทางวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ของเราอย่างเต็มรูปแบบ และจะลดผลกระทบจากก๊าซเรือนกระจกจากการเติบโตของเราลงให้ได้กึ่งหนึ่ง เนื่องจากแนวทางวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ของเราสะท้อนถึงผลกระทบที่แท้จริงของธุรกิจของเราอย่างมีความหมายมากที่สุด

นับตั้งแต่ที่เราได้เปิดตัวแผนของเราในปี 2553 เราได้เรียนรู้อย่างมากเกี่ยวกับส่วนต่าง ๆ ที่เราสามารถมีอิทธิพลและส่วนที่เราไม่สามารถทำได้ และส่วนที่จำเป็นต้องอาศัยการดำเนินการในวงกว้างจากผู้มีบทบาทรายอื่น ๆ โดยเฉพาะความจำเป็นที่ผู้บริโภคจะต้องเปลี่ยนไปสู่พลังงานทดแทน ในปี 2558 เราได้ปรับปรุงกลยุทธ์และเป้าหมายของเรา โดยเป็นผลมาจากการเรียนรู้นี้ เราได้ตัดสินใจที่จะขยายความมุ่งมั่นของเราในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงกึ่งหนึ่งภายในปี 2573 เป้าหมายหลักสามข้อของเรา2 ย้ำเตือนการดำเนินการของเราซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงกึ่งหนึ่ง ดังนั้น เราจึงได้ตัดสินใจที่จะรายงานความคืบหน้าในเรื่องเหล่านี้โดยเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงกึ่งหนึ่ง แทนที่จะรายงานแยกจากกัน 

นอกจากนี้ เราได้กำหนดเป้าหมายใหม่ ๆ เพื่อให้ส่วนปฏิบัติงานต่าง ๆ ของเรา "เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" ภายในปี 2573 นี่รวมถึงการจัดหาพลังงานโดยรวมทั้ง 100% ของเราจากแหล่งพลังงานทดแทนภายในปี 2573 และขยายรวมถึงการทำให้มีพลังงานทดแทนส่วนเกินสำหรับประเทศและชุมชนต่าง ๆ ที่เราเข้าไปดำเนินงาน

และเรายังคงมองหาเพื่อที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงปฏิรูป ในการเข้าร่วมการประชุมสัมมนาเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่จัดขึ้นขององค์การสหประชาชาติในกรุงปารีส (COP21) ในปี 2558 Unilever เป็นส่วนหนึ่งของการเรียกร้องของทีม B ให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทั่วโลกมียอดสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593

1 เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของเราถูกแสดงโดยเปรียบเทียบกับเส้นฐานของปี 2553 ตามที่คำนวณในเดือนธันวาคม 2558 และอยู่บนพื้นฐาน "ต่อการใช้ของผู้บริโภค" ซึ่งหมายถึงการใช้ครั้งเดียว หนึ่งส่วนบริโภคหรือหนึ่งหน่วยบริโภคของผลิตภัณฑ์

2 การลดก๊าซเรือนกระจกในขณะที่ซักเสื้อผ้าและอาบน้ำ, การทำให้ผลิตภัณฑ์เข้มข้นและกะทัดรัด และการลดอุณหภูมิการซักรีด/การใช้ผงซักฟอกในปริมาณที่ถูกต้อง

รับรองแยกต่างหากโดย PwC

  • บรรลุผล: 3
  • เป็นไปตามแผน: 8
  • ไม่เป็นไปตามแผน: 1
  • %% ของเป้าหมายที่บรรลุผล: 0

เป้าหมายของเรา

โปรดดูการรับรองโดยอิสระ (ภาษาอังกฤษ) เพื่อทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการรับรองของเราสำหรับแผนการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนของ Unilever

ไม่สร้างมลภาวะเป็นพิษในการผลิต:

  • ภายในปี 2563 การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากพลังงานในโรงงานของเราจะอยู่ที่ระดับเท่ากับในปี 2551 หรือต่ำกว่านั้นแม้ว่าจะมีปริมาณการผลิตเพิ่มสูงขึ้น

ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการลดได้ถึง 40% ต่อหนึ่งตันของการผลิต

ทั้งนี้ เมื่อเทียบกับเส้นฐานของปี 2538 ก็จะเท่ากับสามารถลดได้ 63% ต่อหนึ่งตันของผลผิต และเท่ากับ 43% เมื่อคิดเป็นตัวเลขสัมบูรณ์

เราจะกลายเป็นผู้ผลิตที่ไม่สร้างมลภาวะในการผลิตของเราภายในปี 2573 กล่าวคือ

  • เราจะจัดหาพลังงานทดแทนได้ 100% สำหรับส่วนปฏิบัติงานต่าง ๆ ของเราภายในปี 2573
    เป้าหมายใหม่ของปี 2558*
  • เราจะจัดหาพลังงานไฟฟ้าของเราทั้งหมดที่เคยซื้อจากโครงข่ายไฟฟ้า (grid) ไปเป็นแหล่งพลังงานทดแทนภายในปี 2563
    เป้าหมายใหม่ของปี 2558
  • เราจะขจัดถ่านหินจากส่วนผสมด้านพลังงานของเราภายในปี 2563
    เป้าหมายใหม่ของปี 2558
  • เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายของเราในการไม่สร้างมลภาวะภายในปี 2563 เรามีเป้าหมายที่จะสนับสนุนการสร้างพลังงานทดแทนให้มากขึ้นกว่าพลังงานที่เราใช้ และมอบพลังงานส่วนเกินให้แก่ประเทศและชุมชนต่าง ๆ ที่เราเข้าไปดำเนินงาน
    เป้าหมายใหม่ของปี 2558
  • โรงงานที่ได้รับการสร้างใหม่ทั้งหมดจะส่งผลกระทบไม่ถึงกึ่งหนึ่งของผลกระทบจากโรงงานของเราในปี 2551 ซึ่งเป็นค่าพื้นฐาน

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่ปล่อยออกมาจากพลังงานในปี 2558 นั้นต่ำลง 1,015,000 ตัน) เมื่อเทียบกับปี 2551 (หรือลดลง 39% ต่อหนึ่งตันของการผลิต)

หากเทียบกับปี 2538 ตัวเลขนี้จะคิดเป็นสัดส่วนการลดลงถึง 65% โดยสัมบูรณ์

ณ สิ้นปี 2558 มีการใช้พลังงานทดแทนคิดเป็น 28% ของการใช้พลังงานทั้งหมดของเราเปรียบเทียบกับ 15.8% ในปี 2551

เราจะรายงานเป้าหมายนี้ในรายงานการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน (Sustainable Living Report) ในปี 2559 ของเรา

เราจะรายงานเป้าหมายนี้ในรายงานการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน (Sustainable Living Report) ในปี 2559 ของเรา

เราจะรายงานเป้าหมายนี้ในรายงานการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืน (Sustainable Living Report) ในปี 2559 ของเรา

โรงงานใหม่ ๆ ในจีน อินโดนีเซีย แอฟริกาใต้ และสหรัฐฯ ได้เริ่มทำการผลิตในปี 2558 เมื่อดำเนินงานเต็มรูปแบบ แต่ละโรงงานมุ่งเป้าที่จะบรรลุเป้าหมายในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากพลังงานน้อยลงกึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับตัวเลขฐานในปี 2551

มุมมองของเรา

ในปี 2558 เราได้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากพลังงานของเราลง 4% ต่อหนึ่งตันของการผลิตเมื่อเทียบกับปี 2557 ซึ่งแสดงถึงความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในปี 2563 ของเรา

นอกจากนี้ เรายังสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสัมบูรณ์เมื่อเทียบกับ 2557 อีกด้วย ค่าสัมบูรณ์ที่ 1,015,000† ตันของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนี้ยังคงถือว่าต่ำกว่าค่าฐานในปี 2551 ของเราอย่างมีนัยสำคัญ

เรายังคงลดการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ ลดลง 4.4% ต่อหนึ่งตันของการผลิตในปี 2558 และลดลง 23% นับตั้งแต่ปี 2551

ในปี 2558 เราได้ประกาศเป้าหมายใหม่ของ "การไม่ก่อมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม" โดยผ่านการดำเนินการต่าง ๆ ดังนี้ การจัดหาพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดของเราจากแหล่งพลังงานทดแทน จากเดิมที่เคยซื้อจากโครงข่ายไฟฟ้า โดยดำเนินการให้สำเร็จภายในปี 2563, การขจัดถ่านหินจากส่วนผสมด้านพลังงานของเราภายในปี 2563 และการจัดหาพลังงานทดแทนทั้ง 100% ของพลังงานทั้งหมดในส่วนการผลิตทั้งหมดของเราภายในปี 2573 เป้าหมายใหม่นี้จะมาใช้แทนเป้าหมายเดิมของเราในการจัดหาแหล่งพลังงานทดแทนสำหรับส่วนปฏิบัติงานต่าง ๆ ของเราให้ได้ 40% ภายในปี 2563 สถานประกอบการทั้งหมดของเราในยุโรป สหรัฐฯ และแคนาดาซื้อพลังงานไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานทดแทนที่ได้รับการรับรอง ในปี 2558 เราบรรลุเป้าหมายของการจัดหาพลังงานทดแทนมาใช้ได้ 28% ของความต้องการด้านพลังงานในทั่วโลกของเรา

*เป้าหมายใหม่นี้จะมาใช้แทนเป้าหมายเดิมของเราในการจัดหาแหล่งพลังงานทดแทนสำหรับส่วนปฏิบัติงานต่าง ๆ ของเราให้ได้ 40% ภายในปี 2563

รับรองแยกต่างหากโดย PwC

ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการซักผ้า

การกำหนดสูตรผลิตภัณฑ์ของเราใหม่เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 15% ภายในปี 2555

เราได้กำหนดสูตรผงซักฟอกของเราใหม่คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 95% (ตามปริมาณ) ในประเทศชั้นนำจำนวน 14 ประเทศเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 15% ภายในสิ้นปี 25551 

เรายังคงกำหนดสูตรผลิตภัณฑ์ใหม่โดยปรับปรุงการใช้วัตถุดิบในผงซักฟอกและผลิตภัณฑ์ชนิดแคปซูลและทำการปรับปรุงการผลิตของเรา

มุมมองของเรา

ผลิตภัณฑ์ซักฟอกชนิดน้ำของเรามีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ต่ำกว่าผงซักฟอก เรากำลังผลักดันการพัฒนาตลาดผ่านผลิตภัณฑ์ชนิดน้ำ กล่าวคือ เราสร้างความเติบโตของผลิตภัณฑ์ซักฟอกชนิดน้ำแทนผงซักฟอก สบู่ และน้ำยาซักฟอกที่มีอยู่ในปัจจุบัน 

ผลิตภัณฑ์ซักฟอกส่วนใหญ่ของเราจำหน่ายในรูปแบบน้ำยาเข้มข้น นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์แบบใหม่นี้ยังมีประสิทธิภาพการทำความสะอาดสูงในระดับอุณหภูมิที่ต่ำกว่า 

นอกจากนี้ เรายังเพิ่มจำนวนหน่วยของผลิตภัณฑ์ซักฟอกในรูปแบบแคปซูล ซึ่งหมายถึงผู้บริโภคจะไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ซักฟอกน้อยหรือมากเกินไป 

เรายังคงเป็นผู้นำอุตสาหกรรมในการลดผลกระทบของผงซักฟอกโดยการขจัดหรือลดสารฟอสเฟตและซีโอไลท์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่มีผลกระทบด้านก๊าซเรือนกระจกสูง ปัจจุบัน เราบรรลุเป้าหมายในการลดสารฟอสเฟตในทั่วโลกลงได้ 90% ในผงซักฟอกของเรา ส่งผลให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลงถึง 50% ต่อการใช้หนึ่งครั้งของผู้บริโภค 

และเรายังคงปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ของเราเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงโดยการทำให้บรรจุภัณฑ์มีน้ำหนักเบาและใช้แบบเติม (รีฟิล)

1 ในการรับรองเป้าหมายนี้โดย PwC (พิมพ์เผยแพร่ในเดือนมีนาคม 2557) ทาง PwC สามารถให้การรับรองได้ว่าบริษัทเราได้ลดก๊าซเรือนกระจกลงได้ 7% ในผลิตภัณฑ์ซักล้างของเรา โดคำนึงถึงข้อมูลจากเส้นฐานในปี 2553 ของเราโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม PwC ไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลระหว่างปี 2551-2552 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการกำหนดสูตรใหม่ขึ้นบางส่วนเพื่อให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายที่ 15% ภายในสิ้นปี 2555

ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่ง

ภายในปี พ.ศ. 2563 นี้ การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากระบบโลจิสติกส์ทั่วโลกของเราจะอยู่ที่ระดับของปี 2553 หรือต่ำกว่าแม้ว่าจะมีจำนวนการขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างมากก็ตาม ซึ่งคิดเป็นการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 40%

เราจะบรรลุเป้าหมายนี้ได้โดยการลดระยะทางของรถขนส่งโดยใช้ยานพาหนะที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลง, ใช้การขนส่งด้วยวิธีอื่น เช่น รถไฟหรือเรือ และพัฒนาประสิทธิภาพการใช้พลังงานในคลังสินค้าของเรา

ประสิทธิภาพของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปรับปรุงดีขึ้น 22% ตั้งแต่ปี 2553 ประสิทธิภาพของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ปรับปรุงดีขึ้น 0.7% และตัวเลขสัมบูรณ์เพิ่มขึ้น 0.2% ในปี 2558 เมื่อเทียบกับปี 25571

มุมมองของเรา

แม้ว่าเราได้ปรับปรุงประสิทธิภาพของก๊าซ CO2 ให้ดีขึ้น 22% ตั้งแต่ปี 2553 แต่เรายังดำเนินการคืบหน้าได้เพียงเล็กน้อยในปี 2558 

เราได้เผชิญกับความท้าทายหลายประการในปี 2558 และการทำให้บรรลุผลตามพันธกิจที่สูงของเราในปี 2563 เรายังคงสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในสิ่งที่เราได้วางไว้ต่อไป ด้วยนวัตกรรมและการพัฒนาโครงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากระดับล่างสู่ระบบบน เราจะแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศของเราเพื่อให้แน่ใจว่าเราสามารถสร้างประสิทธิภาพในระบบโลจิสติกส์ด้านการขนส่งของเราได้

เรากำลังเพิ่มการใช้รูปแบบการขนส่งที่ไม่ใช่ทางบก เช่น ทางรถไฟและทางทะเล ในการขนส่งสินค้า สำหรับการเดินทางที่ยังต้องเป็นการเดินทางทางบก เรากำลังลงทุนด้านก๊าซธรรมชาติ (LNG) ในฐานะเชื้อเพลิงทางเลือก โดยทำการทดลองในทั่วโลก ในปี 2558 เราได้จัดตั้งกลุ่มบริษัทที่นำโดย Unilever และผู้จัดหาระบบโลจิสติกส์ที่เป็นบุคคลภายนอกในยุโรป นั่นคือ Connect2LNG โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างสถานีเชื้อเพลิง LNG ห้าสถานีเพื่อสนับสนุนพันธกิจของเราในการใช้เชื้อเพลิงทางเลือกในอนาคต

1 การปรับปรุงสะสมตั้งแต่ปี 2553 เป็นการวัดผลใน 14 ประเทศที่สำคัญของเรา ส่วนการปรับปรุงรายปีเป็นการวัดผลในกว่า 50 ประเทศ

ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากระบบทำความเย็น

ในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตไอศกรีมรายใหญ่ที่สุดของโลก เราจะเร่งการเปิดตัวตู้แช่แข็งที่ใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อบรรยากาศ (ไฮโดรคาร์บอน) เราได้เริ่มต้นแผนของเราในเดือนพฤศจิกายนปี 2553 โดยเราได้ซื้อตู้แช่แข็งไปแล้ว 450,000 เครื่อง ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้สารทำความเย็นตัวใหม่

  • เราจะซื้อตู้แช่แข็งอีก 850,000 เครื่องในปี 2558

ในปี 2558 เราดำเนินการได้ดีกว่าเป้าหมายที่วางไว้ในการจัดซื้อตู้แช่แข็งที่เป็นมิตรต่อบรรยากาศจำวน 850,000 เครื่อง โดยคิดเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 1.5 ล้านเครื่อง

ในปี 2558 ตู้แช่แข็งที่ใช้ไฮโดรคาร์บอนของเราทั้งหมดได้เพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 2 ล้านเครื่อง

มุมมองของเรา

สารทำความเย็นไฮโดรคาร์บอน (HC) ซึ่งเป็นมิตรต่อบรรยากาศ ที่เราใช้สำหรับตู้แช่แข็งนี้ไม่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อน เมื่อเปรียบเทียบกับสารไฮโดรฟลูโรคาร์บอน (HFC) ที่เราใช้เมื่อก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ตู้แช่แข็งเหล่านี้ยังมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานได้สูงกว่าประมาณ 10% อีกด้วย ภายในสิ้นปี 2558 เราได้ซื้อตู้แช่แข็งที่ใช้สารทำความเย็นธรรมชาติจำนวน 2 ล้านเครื่อง

เรายังคงเปิดตัวตู้แช่แข็งที่ใช้สาร HC ที่เป็นมิตรต่อสภาพอากาศต่อไป และจะทำให้ตู้แช่แข็งของเรามีประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานสูงขึ้น ในปี 2558 เราได้เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานลงมากกว่า 50% (เทียบกับค่าฐานในปี 2551 ของเรา) นอกจากนี้ เรายังดำเนินการสำหรับตู้แช่แข็งรุ่นต่อไปที่สามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 60% และทำการสำรวจการใช้พลังงานทดแทน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสำหรับตู้ควบคุมของเรา 

เรายังคงดำเนินการกับภาคอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสริมการใช้ตู้แช่เย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ด้วยการใช้สารทำความเย็นที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เราได้สนับสนุนการห้ามใช้สาร HFC ที่ทำลายสิ่งแวดล้อมสำหรับตู้แช่เย็นที่ใช้กันโดยทั่วไปหลายรุ่นในยุโรป ซึ่งมีผลใช้จริงตั้งแต่ปี 2565

ลดการใช้พลังงานในสำนักงานของเรา

ภายในปี 2563 เราจะลดพลังงาน (kWh) ที่ซื้อต่อผู้อยู่อาศัยหนึ่งคนของสำนักงานหลักต่าง ๆ ใน 21 ประเทศลงให้ได้กึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับปี 2553

ลดปริมาณพลังงาน (kWh) ที่ซื้อต่อผู้อยู่อาศัยหนึ่งคนลง 27% ตั้งแต่ปี 2553

มุมมองของเรา

เราได้กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายสำหรับปี 2563 โดยการลดการใช้พลังงานในสถานประกอบการในขอบเขตของเรา การจะบรรลุเป้าหมายนี้จำเป็นต้องอาศัยการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานของสถานประกอบการในประเทศ, เพิ่มความหนาแน่นของสำนักงาน และเน้นที่สถานประกอบการที่ใช้พลังงานสูงสุด นับตั้งแต่ปี 2553 เราได้ลดปริมาณพลังงานที่ซื้อต่อผู้อยู่อาศัยหนึ่งคนลงได้ถึง 27%. 

เราได้บรรลุเป้าหมายการลดการใช้พลังงานต่อผู้อยู่อาศัยหนึ่งคนลงได้ 6% ในปี 2558 ปัจจัยที่ส่งเสริมความสำเร็จนี้ ได้แก่ การย้ายสำนักงานหลายแห่งไปยังสถานที่ที่มีประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานมากขึ้น, ประสิทธิภาพที่ต่อเนื่องของเครื่องมือการจัดการพลังงานของพีซีของเรา และการเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันไปเป็นแก๊สในสถานประกอบการที่ใช้พลังงานสูงแห่งหนึ่งของเรา

ลดการเดินทางของพนักงาน

เรากำลังลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอขั้นสูงเพื่อให้การสื่อสารง่ายขึ้น พร้อม ๆ ไปกับลดการเดินทางของพนักงานลง ภายในปี 2554 เครือข่ายนี้จะครอบคลุมมากกว่า 30 ประเทศ

และครอบคลุม 54 ประเทศภายในสิ้นปี 2554

มุมมองของเรา

ภายในสิ้นปี 2554 เราได้ดำเนินการได้ดีกว่าเป้าหมายที่วางไว้ในการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอขั้นสูงในประทศต่าง ๆ กว่า 30 ประเทศ

ระบบการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอขั้นสูงของเรา (Video Presence) มีขึ้นเพื่อตอบสนองการประชุมกว่า 950 ครั้งต่อเดือนในสำนักงานต่าง ๆ ของ Unilever ในทั่วโลก สิ่งนี้สามารถช่วยลดความจำเป็นในการเดินทางไปประชุมลงได้เป็นอย่างมาก และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ของเรา อีกทั้งยังให้ประโยชน์ที่ชัดเจน เช่น ลดต้นทุนและเวลาสำหรับธุรกิจและลดการเดินทางที่เหน็ดเหนื่อยสำหรับพนักงานของเรา เพื่อที่จะเดินหน้าต่อในการลดก๊าซเรือนกระจกอันเป็นผลจากการเดินทางของพนักงานของเรา เราได้ส่งสารเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้ระบบ Video Presence ไปยังพนักงานเมื่อพวกเขาใช้ระบบการจองการเดินทางของบริษัทเพื่อจองเที่ยวบินต่าง ๆ วิธีนี้ช่วยส่งเสริมให้พนักงานตัดสินใจเดินทางเมื่อจำเป็นจริง ๆ เท่านั้น

Key

  • บรรลุผล
  • เป็นไปตามแผน
  • ไม่เป็นไปตามแผน
  • ของเป้าหมายที่บรรลุผล

กรณีศึกษา (Case studies)

โปรเจค Backhaul เพื่อพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าทั้งขาไปและขากลับ

กลับขึ้นสู่ข้างบน