การดำเนินการที่จำเป็น

เราดำเนินธุรกิจในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ผันผวน ความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น การขาดความเชื่อมั่นในธุรกิจและสถาบันต่าง ๆ ตลอดจนผลกระทบที่สูงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

สุนทรพจน์ของ Paul Polman

ปี 2558 เป็นปีที่สำคัญสำหรับมนุษยชาติและโลกของเรา เนื่องจากมีเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ขึ้นสองเหตุการณ์ในช่วงปลายปี ซึ่งทำให้เรามีโอกาสสานต่อความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตที่เท่าเทียมและยั่งยืน

การตอบรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals หรือ SDG) ขององค์การประชาชาติ ที่ผมได้รับเกียรติให้เข้าร่วม นับเป็นเหตุการณ์สำคัญครั้งในประวัติศาสตร์ที่เราได้กำหนดกรอบงานระดับโลกที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของโลก อันที่จริง นี่เป็นเป้าหมายที่ยากจะเอื้อมถึง แต่หากเราทำได้ตามเป้าหมายนี้ เราก็จะสามารถยุติความยากจน ขจัดความไม่เท่าเทียม และจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศได้ภายในครั้งเดียว

บททดสอบแรกของเป้าหมายนี้ก็คือ การประชุม COP21 ที่ประเทศต่าง ๆ จำนวน 190 ประเทศได้บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่กรุงปารีส ว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการมุ่งสู่ระบบเศรษฐกิจที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

Unilever ร่วมกับบริษัทอื่น ๆ อีกหลายแห่ง มีบทบาทสำคัญตามข้อตกลงต่าง ๆ โดยประกาศเป้าหมายใหม่ด้วยการ "ไม่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม" ในการดำเนินงานของเราเองภายในปี 2573 การสนับสนุนจากชุมชนธุรกิจอย่างไม่เคยมีมาก่อน บ่งชี้ให้เห็นว่าชุมชนธุรกิจจะไม่นิ่งเฉยอีกต่อไป ในทางกลับกัน สิ่งนี้ได้ช่วยลดความเสี่ยงของกระบวนการทางการเมือง ทำให้รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ มีความมั่นใจที่จะให้คำมั่นสัญญาที่ชัดเจน

เหตุการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสองเหตุการณ์นี้ช่วยกำหนดวิสัยทัศน์เชิงบวกสำหรับอนาคต ขณะเดียวกัน การพัฒนาเหล่านี้ได้บ่งชี้ถึงความสำคัญของรูปแบบธุรกิจที่ยั่งยืน ซึ่งไม่เคยมีความสำคัญมากเท่านี้มาก่อน แน่นอนว่า นี่เป็นการยืนยันถึงความเชื่อของเราเกี่ยวกับความสำคัญของแผนการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนของ Unilever (USLP) ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญในการลงมือดำเนินการด้วยตัวเราเอง อันที่จริง เป้าหมายส่วนใหญ่ของเราก็สะท้อนถึง SDG เหล่านี้ USLP ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่หก ได้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเราไม่ควรต้องเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งระหว่างความยั่งยืนกับการสร้างความเติบโตของผลกำไร เพราะความยั่งยืนจะช่วยให้เราสามารถประหยัดต้นทุน สร้างนวัตกรรมด้านเชื้อเพลิง ตลอดจนสรรหาและรักษาไว้ซึ่งบุคลากรที่เป็นเลิศ ผมขอถือโอกาสนี้แบ่งปันความสำเร็จของเราให้พวกคุณทราบ

ปัญหาท้าทายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ยังดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง ความไม่แน่นอนของตลาดและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวน ได้ทำให้การแสวงหาวัตถุดิบของเราเองนั้นมีความสำคัญมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ด้วยเหตุนี้ เราจึงยินดีอย่างยิ่งที่ 60% ของวัตถุดิบด้านการเกษตรของเราทุกวันนี้มีแหล่งที่มาที่ยั่งยืน การลดการใช้น้ำ การลดของเสีย และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพทั่วเครือข่ายโรงงานทั่วโลกของเรา ช่วยให้เราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 600 ล้านยูโรตั้งแต่ปี 2551 และแบรนด์ที่เน้น "การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน" ของเรา เช่น โดฟ (Dove) และคนอร์ (Knorr) ยังคงเติบโตต่อเนื่อง เรายังคงพยายามที่จะปรับปรุงความเป็นอยู่ในวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ของเราที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยการสนับสนุนสิทธิมนุษยชน การเพิ่มพลังของสตรี และการพัฒนารูปแบบธุรกิจที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ในปี 2558 เราเป็นบริษัทแห่งแรกที่จัดทำรายงานด้านสิทธิมนุษยชนโดยใช้หลักปฏิบัติของสหประชาชาติว่าด้วยกรอบการรายงาน (Guiding Principles Reporting Framework)

อย่างไรก็ตาม เราพบว่าในส่วนอื่น ๆ นั้นเป็นเรื่องยากกว่า แม้ว่าเราจะยังคงดำเนินการคืบหน้าเป็นอย่างดีในเรื่องการลดการใช้น้ำ การลดของเสียและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในโรงงานของเรา แต่สิ่งที่ยังคงเป็นความท้าทายก็คือการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากการที่ผู้บริโภคใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา แม้กระนั้น เรายังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามแนวทางของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ของเราอย่างเต็มรูปแบบที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสิ่งนี้สะท้อนอย่างมีนัยสำคัญถึงผลกระทบที่แท้จริงของธุรกิจของเรา

เป้าหมายของเรา (และอันที่จริงเป็นเป้าหมายที่นำไปสู่ SDG) จะสำเร็จลุล่วงได้ก็โดยการจัดการกับปัญหาระดับโลกอย่างเป็นระบบ แต่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้หากปราศจากความร่วมมือกันดำเนินการ การเร่งดำเนินการเพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์นี้ล้วนเป็นไปเพื่อประโยชน์ของธุรกิจ รัฐบาล และสังคมพลเรือน อันที่จริง มีโอกาสที่ยิ่งใหญ่รออยู่สำหรับผู้ที่มุ่งมั่นที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ เหนืออื่นใด ยังไม่มีกรณีทางธุรกิจที่สามารถเอาชนะปัญหาความยากจนและสร้างความเปลี่ยนแปลงในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

พันธกิจนี้ต้องอาศัยการดำเนินการจากธุรกิจมากกว่าหนึ่งแห่ง รัฐบาลมากกว่าหนึ่งรัฐบาล หรือชุมชนมากกว่าหนึ่งชุมชนในอันที่จะแก้ไขปัญหาท้าทายที่เรากำลังเผชิญอยู่ เราจำเป็นต้องอาศัยรูปแบบใหม่ ๆ ในการร่วมมือกัน การสร้างนวัตกรรม และการเป็นพันธมิตรกันระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ หากเราปรารถนาที่จะผลักดันการดำเนินการร่วมกันเพื่ออนาคตที่สดใสและยั่งยืนยิ่งขึ้นสำหรับพวกเราทุกคน

Paul Polman

Paul Polman signature

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Unilever

กลับขึ้นสู่ข้างบน