สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม
เพราะเราใส่ใจปัญหาสิ่งแวดล้อมและการจัดการขยะอย่างถูกวิธี
เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า
ปัจจุบันขยะล้นเมือง เป็นปัญหาเรื้อรังยากที่จะแก้ไขของเมืองใหญ่ที่มีพลเมืองจำนวนมาก เพราะต่างยกให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่รับผิดชอบจัดการ แต่แท้จริงแล้วเรื่องขยะเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของประชาชนทุกคนที่จะต้องร่วมมือร่วมใจกันจัดการแก้ไขปัญหา เพราะหากปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภาครัฐอย่างเดียว ก็จะไม่สามารถที่จะกำจัดปัญหาขยะล้นเมืองให้หมดไปได้
ยูนิลีเวอร์ เป็นองค์กรหนึ่งที่มุ่งเน้นในเรื่องของการทำประโยชน์ให้แก่สังคม และหนึ่งในนโยบายของบริษัทฯ ก็คือการให้ความสนับสนุนด้านกิจกรรมการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ดังนั้น จึงได้เข้าเป็นสมาชิกผู้ร่วมสถาปนา “สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม”
“สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม” เกิดจากการรวมตัวของ 19 บริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำและกลุ่มอุตสาหกรรมในสภาอุตสาหกรรม3 กลุ่มหลักเพื่อแก้ไขสถานการณ์ปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายการลดขยะบรรจุภัณฑ์ในกองขยะชุมชนลงเหลือ 19 เปอร์เซ็นต์ ของขยะทั้งหมดภายใน 5 ปี หลังจากตั้งสถาบันฯ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ซึ่งนับได้ว่าหากการทำงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ จะเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐในการดูแลกว่า3หมื่นล้านบาท
สถาบันฯ ได้ตั้งเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการดำเนินการไว้ทั้งหมด 4 เป้าหมาย โดยเป้าหมายแรกคือภายใน 5 ปีจะต้องสามารถลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์ในประเทศได้ 12 เปอร์เซ็นต์ เพื่อลดค่าใช้จ่ายการจัดการขยะของภาครัฐประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เป้าหมายที่ 2 เป็นศูนย์กลางข้อมูลของขยะบรรจุภัณฑ์และการรีไซเคิล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการขยะบรรจุภัณฑ์มากยิ่งขึ้นเป้าหมายที่ 3 คือ เป็นหน่วยงานที่สามารถให้ข้อมูลและแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อภาครัฐเพื่อกำหนดแผนยุทธศาสตร์การจัดการขยะมูลฝอยแห่งชาติและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับขยะบรรจุภัณฑ์ เพื่อให้สอดคล้องกับกลไกและเศรษฐกิจของประเทศ และเป้าหมายสุดท้ายคือส่งเสริมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร
แนวคิดการจัดตั้งสถาบันฯ เพื่อลดปริมาณบรรจุภัณฑ์ใช้แล้วในกองขยะทั่วประเทศด้วยวิธีที่ปลอดภัยและเหมาะสม ไม่ก่อมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้ระบบการจัดการบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ ทางสถาบันฯ ได้เลือกใช้แผนการจัดการบรรจุภัณฑ์แบบใหม่ที่เรียกว่า “การจัดการบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ครบวงจร” (Integrated Packaging Waste Management) ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงและครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การบรรจุ การใช้ การทิ้ง การเก็บขน การคัดแยก การรีไซเคิล และการกำจัด โดยคำนึงถึงประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมและผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงสุดทั้งในระดับประเทศชาติและภาคอุตสาหกรรม วิธีการดังกล่าวผู้ผลิตจะรับผิดชอบจัดการขยะบรรจุภัณฑ์โดยมีภาครัฐ เอกชน เอ็นจีโอ นักวิชาการและประชาชนร่วมประสาน เน้นการนำกลไกสังคมที่มีอยู่แล้ว เช่น ซาเล้ง,คนจนที่หารายได้จากการคัดแยกขยะอยู่แล้ว และโรงงานรีไซเคิล เข้าสู่ระบบการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์อย่างบูรณาการมากขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แต่กลับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ รวมทั้งคุณภาพชีวิตและรายได้ของผู้ที่เกี่ยวข้องให้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้สถาบันได้ศึกษาแบบอย่างวิธีการดำเนินงานของสถาบันในลักษณะเดียวกันที่ประเทศบราซิล ซึ่งดำเนินการมาแล้วประมาณ 13 ปี ประสบความสำเร็จอย่างดีในการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ สามารถสร้างงานให้ประชากรได้กว่า 500,000 คน มีสหกรณ์ดำเนินการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์อย่างบูรณาการเกือบ 300 ชุมชน
การวางแผนการทำงานแบบบูรณาการนั้น เริ่มต้นด้วยการสร้างความรู้ความเข้าใจและทัศนคติที่ดีให้กับประชาชน เพื่อส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ สร้างการพัฒนาระบบในการจัดเก็บขยะบรรจุภัณฑ์ที่คัดแยกแล้วอย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้มีศูนย์รวบรวมและคัดแยกขยะบรรจุภัณฑ์ สร้างระบบฐานข้อมูลขยะบรรจุภัณฑ์และการรีไซเคิล อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมรีไซเคิล
นอกจากนี้สถาบันฯ จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการจัดการบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ให้มีศักยภาพมากขึ้น ด้วยการจัดทำโครงการนำร่องการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์อย่างครบวงจร
ปัจจุบัน ขยะบรรจุภัณฑ์มีจำนวนร้อยละ31ของขยะทั้งหมดในประเทศไทย และเป็นปัญหาที่สลับซับซ้อนซึ่งภาครัฐพยายามทุกวิถีทางเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างเหมาะสมที่สุด และพบว่าหากมีหน่วยงานที่เป็นเอกเทศ เพื่อประสานและเชื่อมโยงความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการและเป็นระบบจากทุกฝ่าย ทั้งจากภาครัฐ เอกชน เอ็นจีโอ นักวิชาการ รวมทั้งประชาชนทั่วไป ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ การบริโภค การคัดแยกขยะ ตลอดจนการกำจัด จึงน่าจะเป็นการจัดการอย่างยั่งยืน และเป็นผลดีสำหรับทุกฝ่ายหากแต่ละส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงประชาชนทุกคน ร่วมมือร่วมใจกันในทุกระดับ การจัดการกับปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ล้นเมืองก็จะประสบความสำเร็จในที่สุด
เราเชื่อมั่นว่า หากแต่ละส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงประชาชนทุกคน ร่วมมือร่วมใจกันในทุกระดับ การจัดการกับปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ล้นเมืองก็จะประสบความสำเร็จในที่สุด

