ล้างมือเพื่อสุขภาพ

ล้างมือให้สะอาดล้างมือเพื่อสุขภาพ

การรักษามือของเราให้สะอาดด้วยการล้างมือด้วยสบู่ก้อนหรือสบู่เหลวกับน้ำสะอาดนับเป็นหนึ่งในขั้นตอนที่สำคัญที่สุดที่เราสามารถทำได้เพื่อหลีกเลี่ยงการแพร่กระจายเชื้อโรคไปสู่ผู้อื่น และการติดเชื้อจากผู้อื่นซึ่งจะทำให้เราป่วยได้

การล้างมือ

มือเป็นพาหะสำคัญในการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่ทำให้เกิดการเจ็บป่วย เชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำมูก มือ หรือสิ่งของที่สัมผัสโดยผู้ป่วยสามารถส่งต่อไปยังมือของอีกคนได้โดยไม่มีใครรู้ และเชื้อไวรัสนี้ก็จะถูกส่งผ่านเข้าสู่ร่างกายของคนเหล่านั้นเมื่อพวกเขาใช้มือสัมผัสใบหน้า จมูก ปาก หรือดวงตา

ข้อดีของการล้างมือเป็นประจำ

ในขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต่างให้ความสนใจในเรื่องการจัดการการแพร่ระบาดของเชื่อไวรัส สิ่งที่คุณและครอบครัวของคุณจะทำได้ดีที่สุดคือ การล้างมือด้วยสบู่ก้อนหรือสบู่เหลวกับน้ำสะอาดเป็นประจำ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคทั้งทางตรง (เช่น การจับมือทักทายกับผู้ป่วย) และทางอ้อม (เช่น การจับลูกบิดประตูต่อจากผู้ป่วย)

การป้องกันการติดเชื้อ

องค์กรอนามัยโลกแนะนำให้ล้างมือด้วยสบู่กับน้ำสะอาดเพื่อช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค เนื่องจากการล้างมือสามารถขัดขวางการแพร่กระจายเชื่อโรคจากบุคคลหนึ่งไปสู่อีกบุคคลหนึ่งได้ และยังได้รับการยืนยันแล้วว่าสามารถลดภาวะการเกิดโรคติดเชื้อเฉียบพลันของทางเดินหายใจได้ ข่าวดีก็คือสบู่ก้อน และสบู่เหลวทุกๆ อันนั้นมีประสิทธิภาพเพียงพอในการชะล้างเชื้อโรคจากผิวหนังของเราได้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนสบู่ที่คุณใช้เป็นประจำอยู่ทุกวันไปเป็นชนิดอื่น

การล้างมือเป็นประจำด้วยสบู่ก้อนหรือสบู่เหลวกับน้ำสะอาดจะช่วยกำจัดเชื้อโรคที่ได้มาจากผู้อื่น สัตว์เลี้ยงที่เราคลุกคลีอยู่เป็นประจำ รวมทั้งพื้นผิวต่างๆ ที่เราได้สัมผัส

ล้างมือให้สะอาดเคล็ดลับการล้างมืออย่างมีประสิทธิภาพ

มันสำคัญกว่าที่เคยที่จะคงสภาพความสะอาด การล้างมือที่ถูกวิธีควรใช้เวลาโดยรวมประมาณ 1 นาที ขั้นแรกคือ การทำให้มือของเราเปียกน้ำซะก่อน แล้วใช้สบู่ถูให้ทั่วทั้งมือ ถูมือทั้งสองโดยต้องแน่ใจว่าถูบรเวณซอกนิ้ว และครอบคลุมทั่วมือทั้งหมดเป็นเวลาประมาณ 20 วินาที จากนั้นจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด สุดท้ายก็เช็ดมือให้แห้งด้วยกระดาษทิชชู่ ผ้าขนหนู หรือเป่าให้แห้งโดยเครื่องเป่า

เมื่อไหร่ที่จะต้องล้างมือ

  • ก่อนการสัมผัสใบหน้า จมูก ปาก และดวงตาของเราด้วยมือ โดยเฉพาะเวลาที่เราอยู่ในที่สาธารณะ

  • หลังจากสั่งน้ำมูกไอ หรือจาม

  • ก่อนและหลังจากดูแลผู้ป่วย

  • ก่อนที่จะทำการเตรียมอาหาร หรือหลังจากการจับวัตถุดิบ โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ และหลังจากการรับประทานอาหาร

  • หลังจากการเข้าห้องน้ำ

  • หลังจากการเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก หรือทำความสะอาดให้เด็กที่เพิ่งเสร็จกิจในห้องน้ำ

  • หลังจากการนำขยะไปทิ้ง

  • ก่อนและหลังการทำแผล

  • หลังจากการสัมผัสกับสัตว์หรือของเสียของสัตว์

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง