อองซาน ซูจี เยือนยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย

นางอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตยของพม่า และเจ้าของรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพได้เดินทางมาเยือนโรงงานมีนบุรี ของยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย

อองซานซูจีช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ของยูนิลีเวอร์

31พฤษภาคม2555:ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของยูนิลีเวอร์เกิดขึ้นในวันที่30พฤษภาคมเมื่อนางอองซานซูจี ผู้นำด้านประชาธิปไตยได้เดินทางมาเยือนยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ณ โรงงานมีนบุรี นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ24ปีที่ผ่านมาเพื่อเข้าร่วมการประชุมการประชุมเวทีเศรษฐกิจโลกว่าด้วยเอเชียตะวันออก

“คุณอองซาน ซูจี ได้แสดงความมุ่งมั่นด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเราได้มีโอกาสนำเสนอแผนการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนของยูนิลีเวอร์พร้อมทั้งแผนงานด้านความยั่งยืนของเราในภูมิภาคนี้ ซึ่งคุณซูจีก็แสดงความตั้งใจจะให้การสนับสนุนแผนงานต่างๆ ของเราเป็นอย่างดี” มร. แฮริช แมนวานี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกล่าว

มร. บาวเค่อ ราวเออร์ส ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ ในประเทศไทยย้ำว่า“นับว่าเป็นการช่วยรับรองแผนงานด้านความยั่งยืนของยูนิลีเวอร์อย่างแท้จริงที่คุณซูจีได้ตกลงรับคำเชิญในการมาเยือนโรงงานมีนบุรีของเราในการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรกในรอบ 24 ของเธอ”

แผนงานอนาคตในพม่า

ยูนิลีเวอร์ได้กลับมาดำเนินงานในประเทศพม่าและได้ตั้งสำนักงานตัวแทนในปี พ.ศ.2554โดยมีแผนที่จะจัดตั้งบริษัทในประเทศพม่าในปีนี้

เนื่องจากความท้าทายต่างๆ ในการพัฒนาในประเทศพม่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสุขภาพและสุขอนามัย ยูนิลีเวอร์จะเริ่มต้นการเนินงานด้วยการร่วมมือกับยูนิเซฟทำการรณรงค์ด้านการล้างมือและสุขอนามัยทางช่องปาก

หลังจากการประชุม นางอองซาน ซูจีได้เดินชมโรงงานมีนบุรี ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นฐานการผลิตระดับโลก หากยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในห้าไซต์การผลิตอันดับต้นของยูนิลีเวอร์

นอกจากนี้ นางซูจี ยังได้พบปะกับแรงงานชาวพม่าที่ทำงานในโรงงานของยูนิลีเวอร์ ในการสนทนากับพวกเขา นางซูจีได้เน้นถึงความจำเป็นในการสร้างการเลี้ยงชีพในประเทศพม่า เพื่อว่าแรงงานพม่าในต่างประเทศจะสามารถกลับบ้านและนำความรู้กลับไปช่วยส่งเสริมการพัฒนาที่ประเทศพม่า

หนึ่งในแรงงานพม่าซึ่งรู้สึกตื่นเต้นมากได้สรุปในตอนท้ายว่า “ฉันร้องไห้ออกมาเสียงดังและรู้สึกตื้นตันที่ได้พบกับท่านซูจีที่นี่ เธอเป็นความหวังของฉันสำหรับประเทศพม่า”