ยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย

บริษัท ยูนิลีเวอร์ หรือที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยว่า "ลีเวอร์บราเธอร์" ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2475 โดยเป็นบริษัทในเครือยูนิลีเวอร์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศอังกฤษและ เนเธอร์แลนด์ และมีกิจการอยู่ในประเทศต่างๆ ถึงกว่า 150 ประเทศทั่วโลก

ตึกยูนิลีเวอร์ในประเทศไทยยูนิลีเวอร์มีรากฐานหยั่งลึกในวัฒนธรรม และในตลาดสินค้าอุปโภคและบริโภค ในเมืองไทยมามากกกว่า 70 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยูนิลีเวอร์ได้เติบโตขึ้นอย่างมั่นคง จนในวันนี้ได้กลายเป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคอันดับหนึ่งของเมืองไทย ที่มีผลิตภัณฑ์เป็นสินค้า "ยอดนิยม" ของคนไทยมากมาย มีพนักงานที่ชำนาญการกว่า 3,000 คน ทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาดและเป็นแบบอย่างขององค์กรที่มีศักยภาพการดำเนินงานที่เป็นสากลอย่างแท้จริง

ผลิตภัณฑ์ของเรานั้นครอบคลุมทุกความต้องการในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นในด้านรสชาติหรือคุณภาพของอาหาร การรักษาความสะอาดในครัวเรือน เสื้อผ้าและร่างกาย โดยมีทั้งผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นที่นิยมไปทั่วโลก และผลิตภัณฑ์ซึ่งเราเป็นผู้นำตลาดในประเทศไทย

เรามีเจตนารมย์และวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคชาวไทยด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพ และบริการใหม่ๆ เราจึงมุ่งมั่นทุ่มเทให้กับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพอย่างไม่หยุดยั้ง

นอกจากนี้ ยูนิลีเวอร์ยังได้รักษามาตราฐานสูงสุดในการเป็นพลเมืองที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยการมุ่งส่งเสริมและพัฒนาสังคม คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง

เพราะผู้บริโภคมอบความไว้วางใจให้เราสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพบนรากฐานของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เราจึงไม่หยุดนิ่งที่จะคิดค้นวิธีการในการผลิตและ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยรักษาสภาพแวดล้อมและส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมน้อยที่สุด เช่น การคิกค้นผงซักฟอกชนิดเข้มข้นที่ช่วยประหยัดน้ำและพลังงานในโรงงาน หรือ การคิดค้นบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดปริมาณการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และสามารถนำไปแปรสภาพนำกลับมาใช้ใหม่

เดินหน้าพัฒนาสังคม คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม

กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย ได้รักษามาตรฐานสูงสุดในการเป็นพลเมืองดี ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการมุ่งส่งเสริมและพัฒนาสังคม คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม มาอย่างต่อเนื่อง

เพราะผู้บริโภคมอบความไว้วางใจให้เราสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพบนรากฐานของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เราจึงไม่เคยหยุดนิ่งที่จะคิดค้นวิธีการในการผลิตและ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยรักษาสภาพแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมให้น้อยที่สุด เช่น การคิดค้นกระบวนการผลิตผงซักฟอกชนิดเข้มข้นที่ช่วยประหยัดน้ำและพลังงานในโรงงาน หรือการคิดค้นบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยลดปริมาณการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และสามารถนำไป แปรสภาพนำกลับมาใช้ใหม่ นอกจากนี้ เรายังนำระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมมาใช้กับศูนย์กระจายสินค้าใหม่ของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็นระบบจัดการน้ำใช้แบบอิสระ ระบบบำบัด น้ำเสีย และระบบระบายน้ำ เป็นต้น

กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย ยังได้มุ่งส่งเสริมและพัฒนาสังคม คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมของคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้มีการจัดตั้งโครงการเพื่อส่งเสริมและพัฒนา สังคม คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมขึ้นอย่างจริงจังดังนี้ :

  • โครงการ “ปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้น” ทั่วประเทศ ถวายเป็นราชสักการะแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสครองราชย์ครบ 50 ปี ระหว่างปี พ.ศ. 2536 - 2539
  • “สวนร่มไม้ยูนิลีเวอร์” เพื่อสร้างสวนสาธารณะและพื้นที่ในการพักผ่อน หย่อนใจให้แก่ชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร ระหว่างปี พ.ศ. 2539-2543 ปัจจุบันมีการสร้างสวนร่มไม้ยูนิลีเวอร์แล้ว 13 แห่งทั่วกรุงเทพมหานคร คือ ศรีนครินทร์ สวนหลวง ร.9 ชุมชนหมอเหล็ง เกาะลาว วังพระยายัง สวนลุมพินี กรุงเทพกรีฑา ลานกีฬาวัชรพล เขตประเวศ ชุมชนคลองเตย บ้านครัว ทุ่งสองห้อง และบางบัว
  • โครงการ “รักไทยให้ถูกทาง” เพื่อขานรับนโยบาย “ไทยช่วยไทย” ของรัฐบาลในปี พ.ศ. 2540
  • โครงการ “ทุนการศึกษายูนิลีเวอร์” เริ่มต้นในปี พ.ศ. 2541 เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง วโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ 72 พรรษา
  • โครงการ "แบ่งฝัน ปันใจ จากยูนิลีเวอร์" เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนวิชาชีพและเคล็ดลับต่างๆ จากผู้รู้และผู้มีประสบการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อนำความรู้ นั้นไปประกอบอาชีพ สร้างธุรกิจของตนเองได้จริงๆ ทันทีในปี พ.ศ. 2545-2546
  • โครงการ "ยูนิลีเวอร์รักน้ำ" ร่วมรณรงค์การพัฒนาคุณภาพน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา โดยการปลูกจิตสำนึกตลอดจนการให้ความรู้เกี่ยวกับการกำจัดน้ำเสียอย่างถูกวิธีให้แก่ประชาชนและชุมชนที่อยู่อาศัย ในปี พ.ศ. 2546
  • โครงการ "ยูนิลีเวอร์ แฟมิลี่ เลิร์นนิ่ง เซ็นเตอร์" เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับ เด็กเล็กและครอบครัวแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมายุครบ 72 พรรษา และฉลองครบรอบ 72 ปี ของการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2547
  • โครงการ "ปรับปรุงสวนร่มไม้ยูนิลีเวอร์" ในเขตกรุงเทพมหานคร ในปี พ.ศ.2547
  • โครงการ "ปรับปรุงสวนสาธารณะใน 46 จังหวัดทั่วประเทศ" โดยร่วมมือกับ สมาคมแม่บ้านมหาดไทย เพื่อฟื้นฟูสวนสาธารณะทั่วประเทศ ให้อยู่ในสภาพดี ให้ความร่มรื่นแก่ชาวไทย โดยสอดคล้องกับเจตนารมณ์และจุดยืนของบริษัทฯ ในการสร้างสรรค์สังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตของชาวไทย ในปี พ.ศ. 2547
  • ยูนิลีเวอร์เริ่มโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ โดยสร้างอาคารเรียนใหม่ให้กับโรงเรียนที่ประสบภัยพิบัติในจังหวัดระนองและพังงา ในปี พ.ศ.2548
  • รวมพลังพนักงานยูนิลีเวอร์ทุกคน จัดสร้าง "ลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้" ให้กับโรงเรียนและชุมชน 60 แห่งทั่วประเทศ เพื่อช่วยเติมพลังให้กับชีวิตเด็กไทย และถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสฉลองการครองสิริราชสมบัติ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2549
  • โครงการ "ยูนิลีเวอร์ช่วยผู้ประสบธรณีพิบัติภัย" ในปีพ.ศ. 2548 เป็นโครงการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของผู้ประสบภัย ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทที่เน้น “เพิ่มพลังให้ชีวิต” โดยใช้งบประมาณกว่า 50 ล้านบาท ความช่วยเหลือได้แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบคือ ระยะสั้นและระยะยาว ระยะสั้นเป็นการช่วยเหลือด้วยการให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ส่วนความช่วยเหลือระยะยาว ได้มอบเงินให้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ และสภากาชาดไทย เพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆ ของทั้งสององค์กร และยังได้ จัดสรรเงินอีกส่วนหนึ่งเพื่อฟื้นฟูด้านการศึกษา โดยสร้างอาคารเรียนให้ใน 4 โรงเรียนคือ ในจังหวัดพังงา โรงเรียนเกียรติประชา บนเกาะพระทอง อ.คุระบุรี โรงเรียนบ้านทับละมุ อ.ท้ายเหมือง และอีก 2 โรงเรียนในจังหวัดระนองคือ โรงเรียนบ้านบางเบน และโรงเรียนบ้านสำนัก อ.กะเปอร์ โดยนักเรียนในโรงเรียนเหล่านี้จะได้รับทุนการศึกษาต่อเนื่องอีกด้วย
  • ร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง “สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม” ภายใต้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สถาบันฯ ได้ก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ.2548 เป็นองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไรโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาขยะบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทยให้ลดลง ด้วยการส่งเสริมการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ สร้างการพัฒนาระบบในการจัดเก็บขยะบรรจุภัณฑ์ที่คัดแยกแล้วอย่างครบวงจรและมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้มีศูนย์รวบรวมและคัดแยกขยะบรรจุภัณฑ์ สร้างระบบฐานข้อมูลขยะบรรจุภัณฑ์และการรีไซเคิล ช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมรีไซเคิล และสร้างความรู้ความเข้าใจและทัศนคติที่ดีให้กับประชาชนโดยมุ่งเน้นในเรื่องของการทำประโยชน์ให้แก่สังคม
  • โครงการ "ลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้" เริ่มในปีพ.ศ. 2549 โดยจัดสร้างขึ้นในนามผลิตภัณฑ์บรีส ในโรงเรียนและชุมชน 60 แห่งทั่วประเทศ เพื่อฉลองสิริราชสมบัติครบ60ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปีพ.ศ. 2552 ได้ขยายไปยังโรงเรียนและชุมชนต่างๆ ครบ 200 แห่งทั่วประเทศ โครงการนี้ก็เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนเห็นประโยชน์ของ “การเล่น” โดยผ่านการคิดและการวางแผนอย่างเป็นระบบ “เพลย์ คิว” หรือ ความฉลาดทางการเล่น เพื่อประโยชน์ในการเสริมสร้าง เพลย์ คิว ซึ่งเป็นรากฐานของไอคิว และอีคิวที่ดีให้กับเด็กๆ เป็นสำคัญ และเพื่อให้เด็กได้เล่นอย่างสนุกสนานและเติมพลังการเรียนรู้ให้กับตนเองอย่างต่อเนื่องต่อไป
  • โครงการ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยนาร์กิส ในปีพ.ศ. 2551 ด้วยการบริจาคผลิตภัณฑ์อาหารจำนวน 74,000 หีบ มูลค่า 26 ล้านบาท เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์สำหรับผู้ประสบพิบัติภัยพายุไซโคลนนาร์กิสที่ประเทศสหภาพพม่า โดยให้ความช่วยเหลือผ่านกองทัพไทย กองทัพเรือและกระทรวงสาธารณสุข

ยูนิลีเวอร์ ในประเทศไทย

2451

ห้างลีเวอร์บราเธอร์ ลิมิเต็ด ได้รับหนังสือแต่งตั้งให้เป็นช่างทำสบู่ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

2475

เปิดกิจการในเมืองไทยชื่อ บริษัท สยาม อินดัสทรีส์ จำกัด เพื่อผลิตสบู่หอมลักส์และสบู่ซักฟอกซันไลต์ มาการีน และน้ำมันพืช

2497

เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท ลีเวอร์บราเธอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

2505

พัฒนาผงซักฟอกสูตรใหม่ “บรีส” ออกจำหน่าย

2513

เริ่มผลิตแชมพูสระผมชนิดน้ำ “ซันซิล” ออกจำหน่าย

2515

เริ่มผลิตยาสีฟันออกสู่ตลาด และพัฒนาขึ้นเป็นยาสีฟัน “ใกล้ชิด” ในปี 2519 และ "เปปโซเดนท์” ในปี 2527

2532

วางจำหน่ายไอศกรีม “วอลล์” 

2537

รับรางวัลการตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อมเริ่มโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครองราชย์ครบ 50 ปี

2538

ได้รับเกียรติบัตร GMP (Good Manufacturing Practice)
ได้รับรางวัล “การตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม”
เริ่มโครงการ “สวนร่มไม้ยูนิลีเวอร์”

2539

ได้รับประกาศนียบัตรรับรองคุณภาพมาตรฐานสากล ISO9001 และ ISO9002

2540

เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ยูนีลีเวอร์ ไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด
โรงงานผลิตไอศกรีมวอลล์ได้รับเกียรติบัตร GMP (Good Manufacturing Practice) เป็นรายแรกในประเทศไทย

2542

ฐานการผลิตที่มีนบุรีได้รับรางวัล TPM ระดับหนึ่ง

2543

ฉลองยอดขายครบ 20,000 ล้านบาท
ย้ายที่ทำการไปที่อาคารไทยพาณิชย์ ปาร์ค พลาซ่า
ได้รับประกาศนียบัตรรับรองคุณภาพมาตรฐานสากล ISO14001

2544

ประกาศเข้าควบรวมกิจการกับบริษัท เบสท์ฟู้ดส์
ฐานการผลิตที่มีนบุรีได้รับรางวัล TPM ระดับสอง

2545

เปิดศูนย์กระจายสินค้าใหม่ขนาด 42,000 ตารางเมตรที่สุวินทวงศ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
ฉลองครบรอบ 70 ปี ในประเทศไทย

2546

ริเริ่มโครงการ แบ่งฝัน ปันใจ จากยูนิลีเวอร์ขึ้น
ริเริ่มโครงการยูนิลีเวอร์รักน้ำ

2547

สร้างอาคารยูนิลีเวอร์ แฟมิลี่ เลิร์นนิ่ง เซ็นเตอร์ เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในวโรกาสที่ทรงมีพระชนมายุครบ 72 พรรษา
ครบรอบการดำเนินงาน 72 ปีในประเทศไทย

2548

ยูนิลีเวอร์เริ่มโครงการ "ช่วยเหลือผู้ประสบภัยสึนามิ" โดยสร้างอาคารเรียนใหม่ให้กับโรงเรียนที่ประสบภัยพิบัติในจังหวัดระนองและพังงา

2549

รวมพลังพนักงานยูนิลีเวอร์ทุกคน จัดสร้าง "ลานเล่นบรีส เพิ่มพลังเรียนรู้" ให้กับโรงเรียนและชุมชน 60 แห่งทั่วประเทศ เพื่อช่วยเติมพลังให้กับชีวิตเด็กไทย
และถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสฉลองการครองสิริราชสัมบัติที่ครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

2550

ครบรอบการดำเนินงาน 75 ปีในประเทศไทย

2551

ริเริ่มโครงการ มอไรเดอร์ จักรยานนี้เพื่อน้องจากไอศกรีมวอลล์ มอ มอบจักรยานให้แก่เด็กในชนบทเพื่อใช้ในการเดินทางมาโรงเรียนโดยให้ผู้บริโภคและพนักงานได้มีส่วนร่วมในการปั่นจักรยานและสะสมไม้วอลล์ มอ เพื่อนมาแลกจักรยานที่จะบริจาค
เป็นบริษัทรายแรกในเอเซียที่ฐานการผลิตในประเทศไทยได้รับรางวัลระดับโลกในการควบคุมและจัดการเพื่อเพิ่มผลผลิตองค์กรโดยรวม หรือ TPM ในระดับสี่




พันธกิจใหม่ของ ยูนิลีเวอร์

"พลังแห่งชีวิต" พันธกิจของยูนิลีเวอร์ คือ การเติมพลังให้แก่ชีวิต เราตอบสนองความต้องการทางด้านโภชนาการ สุขอนามัย และการดูแลเอาใจใส่ชีวิตส่วนตัวด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ผู้คนรู้สึกดี มีลักษณะชวนมอง และแต่งเติมให้มีความสุขมากยิ่งขึ้นทุกวัน

ค่านิยมของยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย

ในการบรรลุเป้าหมายของการเป็นองค์กรที่มีวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีมที่ได้มาตรฐานสูงสุดนั้น เราได้นำแนวคิด Path to Growth มาใช้ โดยยึดมั่นในคุณค่าต่างๆ เหล่านี้

มุ่งมั่นที่จะได้ชัยชนะ

  • เรามุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ
  • เรามุ่งครองความเป็นผู้นำในตลาดด้วยการให้บริการที่เหนือความคาดหมายของลูกค้าและผู้บริโภค
  • เรามุ่งสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสูงสุดในทุกภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบ

มีจิตสำนึกของความเป็นเจ้าของธุรกิจ

  • เรามีความคิดริเริ่มและความกระตือรือร้นที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
  • เราจะนำเสนอแนวทางใหม่จากแนวคิดริเริ่มที่ไม่เคยมีมาก่อนเพื่อความสำเร็จของธุรกิจ
  • เรารอบคอบและกล้าเสี่ยงอย่างมีหลักเกณฑ์

ให้เกียรติและไว้วางใจซึ่งกันและกัน

  • เราวางตนให้เป็นที่น่าเชื่อถือ มีความซื่อสัตย์จริงใจ และเปิดเผย
  • เราใส่ใจต่อพนักงานและเพื่อนร่วมงานทุกคน
  • เราให้เกียรติกันและกัน รวมทั้งให้เกียรติผู้บริโภค ลูกค้า ซัพพลายเออร์ และชุมชนที่ยูนิลีเวอร์เข้าไปประกอบกิจการ

การมอบอำนาจและความรับผิดชอบ

  • เราพร้อมที่จะรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่และการปฏิบัติงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร
  • เรามีอิสระในการปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบ
  • การอุทิศตนและผลงานความสำเร็จจะได้รับการยกย่องและตอบแทนอย่างเหมาะสมและโปร่งใส

เติมเต็มให้กับชีวิต

  • ความสำเร็จและความสุขในชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว
  • เรารู้จักจัดลำดับความสำคัญของงานเพื่อประหยัดเวลาการทำงานของตนเองและผู้อื่น
  • สนุกกับการทำงาน

พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง

  • เรามีความรับผิดชอบที่จะไขว่คว้าหาความรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
  • เราหมั่นเรียนรู้จากประสบการณ์ทำงาน สอนงาน และแบ่งปันความรู้นั้นให้แก่ผู้อื่น
  • เราริเริ่มแนวคิดใหม่ๆ และมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ล้ำหน้าอย่างต่อเนื่อง